<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	>

<channel>
	<title>มูลนิธิเพื่อนชนเผ่า : Friends of Tribal Peoples Foundation</title>
	<atom:link href="http://www.tribalfriends.org/th/?feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.tribalfriends.org/th</link>
	<description></description>
	<pubDate>Tue, 15 Feb 2011 01:48:56 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.7.1</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>ปลัดกระทรวงวัฒนธรรมเร่งหารือไร่หมุนเวียน เสนอเป็นมรดกความทรงจำแห่งโลก</title>
		<link>http://www.tribalfriends.org/th/?p=631</link>
		<comments>http://www.tribalfriends.org/th/?p=631#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 15 Feb 2011 01:28:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tribalfriends.org/th/?p=631</guid>
		<description><![CDATA[
วันนี้ 26 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมชาย เสียงหลาย ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 27 ม.ค. ตนในฐานะที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการการนำเสนอไร่หมุนเวียน เป็นมรดกความทรงจำแห่งโลก ขององค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ(ยูเนสโก) จะมีการเชิญนักวิชา เข้าร่วมประชุมหารือแผนการนำเสนอไร่หมุนเวียน เป็นมรดกความทรงจำแห่งโลกของยูเนสโก ที่ศูนย์มานุษยวิทยาสิริธร (องค์การมหาชน) เนื่องจากคณะรัฐมนตรี(ครม.) ได้เห็นชอบให้การแก้ปัญหากะเหรี่ยงเป็นวาระแห่งชาติ โดยกำหนดให้วธ.ดำเนินการ 2 เรื่อง ดังนี้ 1. การจัดตั้งเขตวัฒนธรรมพิเศษ 2. การนำเสนอองค์ความรู้เกี่ยวกับไร่หมุนเวียนเป็นมรดกความทรงจำแห่งโลก ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวจะเป็นการหารือในเบื้องต้นว่าองค์ความรู้ไร่หมุนเวียน จะเข้าเกณฑ์ที่ยูเนสโกกำหนดหรือไม่
นายสมชาย กล่าวต่อไปว่า สำหรับไร่หมุนเวียน เป็นองค์ความรู้ที่พัฒนาให้ชาวเขา ชาวกะเหรี่ยง มีวิถีชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งมีกระบวนการส่งเสริมวิถีชีวิตที่น่าสนใจ และปัจจุบัน ประชาชนหลายส่วนยังเข้าใจผิดว่า การทำไร่หมุนเวียน เป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ที่จริงเป็นวิธีการอยู่รวมกันกับธรรมชาติแบบยั่งยืน โดยการทำไร่หมุนเวียน เป็นระบบการทำไร่ของชาวกะเหรี่ยงมีการหมุนเวียนใช้เวลาประมาณ 7- 10 ปี เพื่อทำให้ระบบนิเวศที่ถูกทำลายไปเหล่านั้น มีการฟื้นตัวกลับสู่สภาพเดิม ซึ่งในไร่จะมีการปลูกพืช หลายชนิดในไร่ เช่น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2011/02/logo.gif"><img src="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2011/02/logo-150x88.gif" alt="logo" title="logo" width="150" height="88" class="alignleft size-thumbnail wp-image-632" /></a><br />
วันนี้ 26 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมชาย เสียงหลาย ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 27 ม.ค. ตนในฐานะที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการการนำเสนอไร่หมุนเวียน เป็นมรดกความทรงจำแห่งโลก ขององค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ(ยูเนสโก) จะมีการเชิญนักวิชา เข้าร่วมประชุมหารือแผนการนำเสนอไร่หมุนเวียน เป็นมรดกความทรงจำแห่งโลกของยูเนสโก ที่ศูนย์มานุษยวิทยาสิริธร (องค์การมหาชน) เนื่องจากคณะรัฐมนตรี(ครม.) ได้เห็นชอบให้การแก้ปัญหากะเหรี่ยงเป็นวาระแห่งชาติ โดยกำหนดให้วธ.ดำเนินการ 2 เรื่อง ดังนี้ 1. การจัดตั้งเขตวัฒนธรรมพิเศษ 2. การนำเสนอองค์ความรู้เกี่ยวกับไร่หมุนเวียนเป็นมรดกความทรงจำแห่งโลก ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวจะเป็นการหารือในเบื้องต้นว่าองค์ความรู้ไร่หมุนเวียน จะเข้าเกณฑ์ที่ยูเนสโกกำหนดหรือไม่</p>
<p>นายสมชาย กล่าวต่อไปว่า สำหรับไร่หมุนเวียน เป็นองค์ความรู้ที่พัฒนาให้ชาวเขา ชาวกะเหรี่ยง มีวิถีชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งมีกระบวนการส่งเสริมวิถีชีวิตที่น่าสนใจ และปัจจุบัน ประชาชนหลายส่วนยังเข้าใจผิดว่า การทำไร่หมุนเวียน เป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ที่จริงเป็นวิธีการอยู่รวมกันกับธรรมชาติแบบยั่งยืน โดยการทำไร่หมุนเวียน เป็นระบบการทำไร่ของชาวกะเหรี่ยงมีการหมุนเวียนใช้เวลาประมาณ 7- 10 ปี เพื่อทำให้ระบบนิเวศที่ถูกทำลายไปเหล่านั้น มีการฟื้นตัวกลับสู่สภาพเดิม ซึ่งในไร่จะมีการปลูกพืช หลายชนิดในไร่ เช่น พันธุ์ข้าวประมาณ 2 - 3 ชนิด ถั่วประมาณ 2-3 ชนิด แตงกวา ฟักทอง ฟักเขียว เครื่องเทศหลายชนิด เป็นต้น นอกจากนี้ วธ.ได้เชิญศ.คุณหญิงแม้นมาส ชวลิต ประธานกรรมการแห่งชาติ ว่าด้วยแผนงานความทรงจำแห่งโลก เข้าร่วมหารือในครั้งนี้ด้วย </p>
<p>“การประชุมจะนำเกณฑ์ของการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกความทรงแห่งโลก มาพิจารณาว่า เราควรจะต้องทำข้อมูลองค์ความรู้ กระบวนการ ทำไร่หมุนเวียน ให้เข้าเกณฑ์ที่ยูเนสโก รวมทั้งจะต้องนำข้อมูลทางวิชาการที่มีการศึกษาวิจัยมาก่อนหน้าที่ มาประกอบการจัดทำข้อมูลด้วย อย่างไรก็ตาม หลักจากที่หาสรุปข้อมูลทั้งได้แล้ว คาดว่าจะนำเสนอต่อคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยแผนงานความทรงจำแห่งโลกในเร็วๆนี้” ปลัด วธ. กล่าว.</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tribalfriends.org/th/?feed=rss2&amp;p=631</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ตัวแทนโครงการนำร่องอันดามันบริจาคหนังสือและร่วมงานเปิดตัว Mini TK</title>
		<link>http://www.tribalfriends.org/th/?p=608</link>
		<comments>http://www.tribalfriends.org/th/?p=608#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 05 Aug 2010 03:36:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>FTPF</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[คลังข้อมูล]]></category>

		<category><![CDATA[เรื่องราวน่าสนใจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tribalfriends.org/th/?p=608</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2553  ตัวแทนจากโครงการนำร่องอันดามัน สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมูลนิธิเพื่อนชนเผ่า คือนายพลาเดช ณ ป้อมเพชร นางสาวอุษา โคตรศรีเพชร และนางสาวจีระวรรณ์ บรรเทาทุกข์ เข้าร่วมแสดงความยินดี พร้อมมอบหนังสือเกี่ยวกับชาวเลในประเทศไทยให้แก่ห้องสมุดมีชีวิตชั่วคราวฉบับย่อ Mini TK   ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>
<a href='http://www.tribalfriends.org/th/?attachment_id=615' title='dsc02020'><img src="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/08/dsc02020-150x150.jpg" width="150" height="150" class="attachment-thumbnail" alt="" /></a>
<a href='http://www.tribalfriends.org/th/?attachment_id=614' title='dsc02018'><img src="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/08/dsc02018-150x150.jpg" width="150" height="150" class="attachment-thumbnail" alt="" /></a>
<a href='http://www.tribalfriends.org/th/?attachment_id=613' title='dsc02015'><img src="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/08/dsc02015-150x150.jpg" width="150" height="150" class="attachment-thumbnail" alt="" /></a>
<a href='http://www.tribalfriends.org/th/?attachment_id=612' title='dsc02007'><img src="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/08/dsc02007-150x150.jpg" width="150" height="150" class="attachment-thumbnail" alt="" /></a>
<a href='http://www.tribalfriends.org/th/?attachment_id=611' title='dsc02001'><img src="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/08/dsc02001-150x150.jpg" width="150" height="150" class="attachment-thumbnail" alt="" /></a>
<a href='http://www.tribalfriends.org/th/?attachment_id=610' title='dsc01998'><img src="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/08/dsc01998-150x150.jpg" width="150" height="150" class="attachment-thumbnail" alt="" /></a>
<a href='http://www.tribalfriends.org/th/?attachment_id=621' title='dsc019971'><img src="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/08/dsc019971-150x146.jpg" width="150" height="146" class="attachment-thumbnail" alt="" /></a>
<a href="http://www.tribalfriends.org/th/?attachment_id=615" rel="attachment wp-att-615"><img src="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/08/dsc02020-150x150.jpg" alt="dsc02020" width="150" height="150" class="alignleft size-thumbnail wp-image-615" /></a>ตัวแทนโครงการนำร่องอันดามันบริจาคหนังสือและร่วมงานเปิดตัว Mini TK<br />
23 กรกฎาคม 2553 ณ ชั้น G อาคารสำนักงานเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ</p>
<p>เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2553  ตัวแทนจากโครงการนำร่องอันดามัน สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมูลนิธิเพื่อนชนเผ่า คือนายพลาเดช ณ ป้อมเพชร นางสาวอุษา โคตรศรีเพชร และนางสาวจีระวรรณ์ บรรเทาทุกข์ เข้าร่วมแสดงความยินดี พร้อมมอบหนังสือเกี่ยวกับชาวเลในประเทศไทยให้แก่ห้องสมุดมีชีวิตชั่วคราวฉบับย่อ Mini TK   ณ ชั้น G อาคารสำนักงานเซ็นทรัลเวิลด์ </p>
<p>TK park เปิดให้บริการห้องสมุดนี้เพื่อตอบรับความต้องการของเยาวชน สมาชิก และประชาชนทั่วไป ระหว่างรอการปรับปรุงสถานที่อุทยานการเรียนรู้ ชั้น 8 เซ็นทรัลเวิลด์ เพื่อมุ่งมั่นสานต่อการบ่มเพาะนิสัยรักการอ่านให้แก่เด็ก เยาวชนและสมาชิกของ TK park อย่างต่อเนื่อง ในรูปแบบ Mini TK บนพื้นที่กว่า 200 ตารางเมตร ซึ่งมีการแบ่งพื้นที่หลักออกเป็น 4 โซน ได้แก่ Reading Park มุมเงียบ มุมไอที และมุมเด็ก ตลอดจนมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน การเรียนรู้ด้านต่างๆ ที่น่าสนใจภายใน Mini TK   เพื่อให้เด็ก เยาวชน และประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ที่สร้างสรรค์ได้อย่างทั่วถึง และสามารถค้นคว้าข้อมูล แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ภายใต้แนวคิด หนังสือ+กิจกรรม+ดนตรี+มัลติมีเดีย = จินตนาการไม่รู้จบ   </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tribalfriends.org/th/?feed=rss2&amp;p=608</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>สรุปกิจกรรมพี่น้องมอแกนเรียนรู้ดูงานและการอบรมยุวมัคคุเทศก์มอแกน</title>
		<link>http://www.tribalfriends.org/th/?p=545</link>
		<comments>http://www.tribalfriends.org/th/?p=545#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 26 May 2010 02:48:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>FTPF</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[คลังข้อมูล]]></category>

		<category><![CDATA[เรื่องราวน่าสนใจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tribalfriends.org/th/?p=545</guid>
		<description><![CDATA[ในสังคมแห่งการเปลี่ยนแปลงปัจจุบันนี้ มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องปรับตัวและดำรงอยู่ให้เท่าทันปัญหาและความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่รุมเร้าเข้ามา ทั้งที่เผชิญกับตัวเราและชุมชน  ชุมชนชาวเลมอแกนที่อาศัยอยู่ในหมู่เกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา ก็เช่นกัน    ภายหลังที่ประสบภัยจากคลื่นยักษ์สึนามิแล้วชาวมอแกนต้องพบความเปลี่ยนแปลง ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>
<a href='http://www.tribalfriends.org/th/?attachment_id=546' title='dsc00926'><img src="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/05/dsc00926-150x150.jpg" width="150" height="150" class="attachment-thumbnail" alt="" /></a>
<a href='http://www.tribalfriends.org/th/?attachment_id=547' title='dsc009261'><img src="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/05/dsc009261-150x150.jpg" width="150" height="150" class="attachment-thumbnail" alt="" /></a>
<a href='http://www.tribalfriends.org/th/?attachment_id=548' title='dsc00934'><img src="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/05/dsc00934-150x150.jpg" width="150" height="150" class="attachment-thumbnail" alt="" /></a>
<a href='http://www.tribalfriends.org/th/?attachment_id=549' title='dsc00940'><img src="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/05/dsc00940-150x150.jpg" width="150" height="150" class="attachment-thumbnail" alt="" /></a>
<a href='http://www.tribalfriends.org/th/?attachment_id=550' title='dsc00946'><img src="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/05/dsc00946-150x150.jpg" width="150" height="150" class="attachment-thumbnail" alt="" /></a>
<a href='http://www.tribalfriends.org/th/?attachment_id=551' title='dsc00950'><img src="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/05/dsc00950-150x150.jpg" width="150" height="150" class="attachment-thumbnail" alt="" /></a>
<a href='http://www.tribalfriends.org/th/?attachment_id=552' title='dsc00955'><img src="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/05/dsc00955-150x150.jpg" width="150" height="150" class="attachment-thumbnail" alt="" /></a>
<a href='http://www.tribalfriends.org/th/?attachment_id=553' title='dsc00956'><img src="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/05/dsc00956-150x150.jpg" width="150" height="150" class="attachment-thumbnail" alt="" /></a>
<a href='http://www.tribalfriends.org/th/?attachment_id=554' title='dsc00966'><img src="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/05/dsc00966-150x150.jpg" width="150" height="150" class="attachment-thumbnail" alt="" /></a>
<a href='http://www.tribalfriends.org/th/?attachment_id=555' title='dsc00975'><img src="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/05/dsc00975-150x150.jpg" width="150" height="150" class="attachment-thumbnail" alt="" /></a>
<a href='http://www.tribalfriends.org/th/?attachment_id=556' title='dsc00983'><img src="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/05/dsc00983-150x150.jpg" width="150" height="150" class="attachment-thumbnail" alt="" /></a>
<a href='http://www.tribalfriends.org/th/?attachment_id=557' title='dsc00994'><img src="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/05/dsc00994-150x150.jpg" width="150" height="150" class="attachment-thumbnail" alt="" /></a>
<a href='http://www.tribalfriends.org/th/?attachment_id=558' title='dsc01008'><img src="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/05/dsc01008-150x150.jpg" width="150" height="150" class="attachment-thumbnail" alt="" /></a>
<a href='http://www.tribalfriends.org/th/?attachment_id=559' title='dsc01066'><img src="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/05/dsc01066-150x150.jpg" width="150" height="150" class="attachment-thumbnail" alt="" /></a>
<a href='http://www.tribalfriends.org/th/?attachment_id=560' title='dsc01077'><img src="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/05/dsc01077-150x150.jpg" width="150" height="150" class="attachment-thumbnail" alt="" /></a>
<a href='http://www.tribalfriends.org/th/?attachment_id=561' title='dsc01157'><img src="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/05/dsc01157-150x150.jpg" width="150" height="150" class="attachment-thumbnail" alt="" /></a>
<a href='http://www.tribalfriends.org/th/?attachment_id=562' title='dsc01186'><img src="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/05/dsc01186-150x150.jpg" width="150" height="150" class="attachment-thumbnail" alt="" /></a>
<a href='http://www.tribalfriends.org/th/?attachment_id=563' title='dsc01206'><img src="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/05/dsc01206-150x150.jpg" width="150" height="150" class="attachment-thumbnail" alt="" /></a>
<a href='http://www.tribalfriends.org/th/?attachment_id=564' title='dsc01213'><img src="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/05/dsc01213-150x150.jpg" width="150" height="150" class="attachment-thumbnail" alt="" /></a>
<a href='http://www.tribalfriends.org/th/?attachment_id=565' title='dsc01234'><img src="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/05/dsc01234-150x150.jpg" width="150" height="150" class="attachment-thumbnail" alt="" /></a>
<a href='http://www.tribalfriends.org/th/?attachment_id=566' title='img_1250'><img src="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/05/img_1250-150x150.jpg" width="150" height="150" class="attachment-thumbnail" alt="" /></a>
<a href='http://www.tribalfriends.org/th/?attachment_id=567' title='img_1261'><img src="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/05/img_1261-150x150.jpg" width="150" height="150" class="attachment-thumbnail" alt="" /></a>
<a href="http://www.tribalfriends.org/th/?attachment_id=546" rel="attachment wp-att-546"><img src="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/05/dsc00926-150x150.jpg" alt="dsc00926" width="150" height="150" class="alignleft size-thumbnail wp-image-546" /></a><br />
หลักการและเหตุผล<br />
ในสังคมแห่งการเปลี่ยนแปลงปัจจุบันนี้ มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องปรับตัวและดำรงอยู่ให้เท่าทันปัญหาและความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่รุมเร้าเข้ามา ทั้งที่เผชิญกับตัวเราและชุมชน  ชุมชน<a href="http://www.andaman.cusri.chula.ac.th">ชาวเลมอแกน</a>ที่อาศัยอยู่ในหมู่เกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา ก็เช่นกัน    ภายหลังที่ประสบภัยจากคลื่นยักษ์สึนามิแล้วชาวมอแกนต้องพบความเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่การขึ้นมาอยู่ที่พักชั่วคราวบนฝั่ง การสร้างหมู่บ้านใหม่ที่อ่าวบอนใหญ่ เกาะสุรินทร์ใต้  การรับความช่วยเหลือขององค์กรและมูลนิธิต่างๆ<br />
อย่างไรก็ดี การช่วยเหลือใดๆ นั้นควรก่อให้เกิดการพึ่งตัวเองได้อย่างยั่งยืนในวิถีแบบมอแกน  ซึ่งต้องทำให้มอแกนมีระบบคิดที่เชื่อมโยงจากฐานรากวัฒนธรรมของตนและสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงใหม่ที่เข้ามาได้อย่างชาญฉลาด<br />
การศึกษาดูงานชุมชนชาวเลที่ผ่านกระบวนการกิจกรรมเพื่อสร้างความเข้มแข็งของกลุ่มถือเป็นวิถีทางหนึ่งที่จะทำให้ชุมชนมอแกน หมู่เกาะสุรินทร์ ได้เรียนรู้และหันมารับมือเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในชุมชนได้อย่างเหมาะสม    ที่ผ่านมาโครงการนำร่องอันดามัน สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดกิจกรรมพี่น้องมอแกนเรียนรู้  ดูงานมาแล้ว 2 ครั้ง ดังนี้<br />
1.ครั้งที่ 1 โดยการสนับสนุนของ UNDP และ UNESCO เมื่อเดือนตุลาคม 2548  โดยไปดูงาน ณ หมู่บ้านทุ่งดาบ  ต.เกาะพระทองอ.คุระบุรี จ.พังงา  บ้านทับตะวัน ต.บางม่วง อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา   บ้านปากเตรียม  ต.คุระ อ.คุระบุรี จ.พังงา บ้านเกาะยาวน้อย  อ.เกาะยาว จ.พังงา  บ้านท่าฉัตรไชย อ.ถลาง จ.ภูเก็ต  ซึ่งพบว่าพี่น้องมอแกนได้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์สร้างกระบวนการและทักษะในการดำรงอยู่ให้รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงในสภาวะสังคมปัจจุบันได้ในระดับหนึ่ง<br />
2.ครั้งที่ 2  โดยการสนับสนุนจาก “กองทุนดีซี-สู่อันดามัน” เมื่อเดือนธันวาคม 2550  ทำให้พี่น้องมอแกนและเยาวชนได้เรียนรู้วิถีวัฒนธรรมของพี่น้องชาวเลด้วยกัน ณ บ้านทับตะวัน บ้านน้ำเค็ม บ้านทุ่งหว้า บ้านทับปลา จังหวัดพังงา และบ้านราไวย์ บ้าน  ท่าฉัตรไชย บ้านหินลูกเดียว จังหวัดภูเก็ต<br />
กิจกรรมดังกล่าวส่งเสริมและกระตุ้นให้ผู้ใหญ่และเยาวชนมอแกนรู้สึกถึงความสามัคคีในกลุ่ม มีความภูมิใจในวัฒนธรรมของตนและต้องการสร้างสรรค์กิจกรรมในชุมชนของตนภายหลังดูงาน        โครงการนำร่องอันดามันและมูลนิธิเพื่อนชนเผ่า จึงได้จัดให้มีกิจกรรมเรียนรู้ดูงานขึ้นเป็นครั้งที่ 3  โดยในครั้งนี้ ได้มุ่งเน้นเรื่องของกระบวนการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน และมุ่งให้ตัวแทนและเยาวชนมอแกนได้ศึกษาเรียนรู้เรื่องการมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ระบบนิเวศทางทะเล แนวปะการังและป่าไม้โดยชุมชน  รวมถึงสามารถนำประสบการณ์มาวิเคราะห์  ถ่ายทอดให้สมาชิกอื่นๆ ได้รับทราบ<br />
วัตถุประสงค์<br />
1.	เพื่อให้ตัวแทนกลุ่มมอแกนและเยาวชนมอแกน หมู่เกาะสุรินทร์ ได้เดินทางไปเยี่ยมเยียนและร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับชุมชนที่มีการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน<br />
2.	เพื่อให้ตัวแทนกลุ่มมอแกนและเยาวชนมอแกน หมู่เกาะสุรินทร์ ได้ศึกษาเรียนรู้การมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ระบบนิเวศทางทะเล แนวปะการังและป่าไม้โดยชุมชนบนฝั่ง<br />
3.	เพื่อส่งเสริมให้ตัวแทนที่เดินทางไปดูงานได้นำประสบการณ์มาวิเคราะห์      ถ่ายทอด ให้สมาชิกอื่นๆ ได้รับทราบ  และหาแนวทางส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของมอแกน หมู่เกาะสุรินทร์ให้ดำรงอยู่อย่างมีคุณค่าและรู้เท่าทันในสังคมแห่งการเปลี่ยนแปลง<br />
4.	เพื่อสร้างเครือข่ายการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างชุมชนมอแกนและชุมชนอื่นๆ<br />
วันและเวลา<br />
วันศุกร์ที่ 2 เมษายน – วันพฤหัสบดีที่ 6 เมษายน 2553 (กิจกรรม 4 คืน 5 วัน)<br />
สถานที่<br />
โฮมสเตย์บ้านทะเลนอก  เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองนาคา  มุสลิมโฮมสเตย์บ้าน        ม่วงกลวง และอุทยานแห่งชาติแหลมสน จ.ระนอง<br />
ผู้ร่วมเรียนรู้ดูงาน<br />
กิจกรรมพี่น้องมอแกนเรียนรู้ดูงานครั้งที่สาม  มีผู้ร่วมเรียนรู้ดูงานทั้งหมด 30 คน โดยเป็นตัวแทนมอแกน ทั้งหญิงชาย ผู้ใหญ่และเยาวชน จากชุมชนมอแกนหมู่เกาะสุรินทร์ จำนวน 23 คน  และทีมงานโครงการนำร่องอันดามันจำนวน 7 คน<br />
องค์กรที่สนับสนุน  โครงการนำร่องอันดามัน สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมูลนิธิเพื่อนชนเผ่า<br />
สรุปกิจกรรม<br />
ปฐมนิเทศก่อนเข้าสู่กิจกรรมเรียนรู้ดูงาน<br />
กิจกรรมพี่น้องมอแกนเรียนรู้ดูงานครั้งที่ 3 เริ่มต้นในช่วงค่ำของวันศุกร์ที่ 2 เมษายน 2553 ด้วยการร้องเพลงและเกมละลายพฤติกรรมเพื่อสร้างบรรยากาศของความสุขก่อนเข้าสู่เนื้อหาของกิจกรรม ทีมงานได้ฉายภาพและให้ความรู้พื้นฐานพร้อมกับข้อมูลทั่วไปของชุมชนที่จะไปเรียนรู้ดูงานทั้ง 3 ที่ ได้แก่ชุมชนโฮมสเตย์บ้านทะเลนอก มุสลิม<br />
โฮมสเตย์บ้านม่วงกลวงและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองนาคา จ.ระนอง ทั้งนี้เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพชุมชนและเข้าใจถึงวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้ดูงาน  กิจกรรมเรียนรู้ดูงานในครั้งนี้มุ่งเน้นศึกษาเรียนรู้ชุมชนที่มีการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนเอง และกลุ่มมอแกนที่มาร่วมกิจกรรมก็เน้นเฉพาะกลุ่มมอแกนพาเที่ยวและยุวมัคคุเทศก์เพื่อให้กลุ่มดังกล่าวได้สร้างเสริมกระบวนการการจัดการท่องเที่ยวและการเป็นไกด์ท้องถิ่นด้วยชุมชนมอแกนเอง   ภายหลังการให้ความรู้ในแต่ละชุมชนแล้ว ทีมงานได้จัดให้มีกิจกรรมนันทนาการปิดท้ายโดยการร้องเพลง เล่นเกมและแบ่งกลุ่มเป็น 5 กลุ่มเพื่อทำกิจกรรมตลอดช่วงการเรียนรู้ดูงาน โดยกลุ่มทั้ง 5 มีชื่อและสมาขิกกลุ่มดังต่อไปนี้คือ<br />
กลุ่มหนึ่ง คือยะลาน หรือปลาไหลมอเรย์ มีสมาชิกคือ ลินจง สุทัด ดาว แล้ว และปน<br />
กลุ่มสอง คือโลมะ หรือโลมา มีสมาชิกคือ ตาลิด นาย ชะดู๊ด ปาโย่ และวันดี<br />
กลุ่มสาม คือจี่จุ้มปูเตี๊ยก  หรือนกสีขาว  มีสมาชิกคือญาโญะ เจ๊ด เค และลอบะ<br />
กลุ่มสี่ คือกลุ่มกาละห์ หรือเต่ากระ มีสมาชิกคือบ่าต้อย ดอน หง่อโมง เดือนและยู่กูน<br />
กลุ่มห้า คือกลุ่มชลาย หรือหอยมือเสือ มีสมาชิกคือเงย ทิพย์ ซาลีก้า และช่อเลา<br />
กิจกรรมดูงานการให้บริการนักท่องเที่ยวโดยชุมชน<br />
ช่วงเช้าของวันเสาร์ที่ 3 เมษายน 2553 ทีมงานได้จัดให้มีกิจกรรมดูงานการให้บริการนักท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์ ณ ชุมชนบ้านทะเลนอก แกนนำชุมชนนำโดยคุณเอกรัตน์ เชื่องยาง และคุณดรุณี ภักดี ได้กล่าวต้อนรับและให้ความรู้เรื่องการก่อตั้งกลุ่มท่องเที่ยวชุมชนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากองค์กรเพื่อนอันดามันเหนือ (NATR)  กลุ่มท่องเที่ยวโฮมสเตย์บ้านทะเลนอกตั้งขึ้นโดยมีเป้าหมายเพื่อให้ชุมชนมีความยั่งยืน โดยใช้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือในการพัฒนาชุมชน และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม มีการจัดการกลุ่มโดยใช้ระบบแกนนำแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบตามฝ่ายต่างๆ เช่นฝ่ายประชาสัมพันธ์ ฝ่ายดูแลบ้านพัก ฝ่ายนำเที่ยว เป็นต้น  มีการประชุมสมาชิกกลุ่มทุกวันที่ 5 ของเดือน และมีข้อปฏิบัติให้ทุกคนเข้าร่วมประชุม หากไม่เข้าร่วมจะไม่สามารถรับนักท่องเที่ยวได้ มีการจัดสรรรับนักท่องเที่ยวโดยใช้ระบบคิว  </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tribalfriends.org/th/?feed=rss2&amp;p=545</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>สรุปกิจกรรมอบรมยุวมัคคุเทศก์มอแกนครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 6-7 เมษายน 2553</title>
		<link>http://www.tribalfriends.org/th/?p=485</link>
		<comments>http://www.tribalfriends.org/th/?p=485#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 06 May 2010 08:02:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>FTPF</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[คลังข้อมูล]]></category>

		<category><![CDATA[เรื่องราวน่าสนใจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tribalfriends.org/th/?p=485</guid>
		<description><![CDATA[โครงการนำร่องอันดามัน สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมูลนิธิเพื่อนชนเผ่า จัดกิจกรรมส่งเสริมศักยภาพเยาวชนในกิจกรรมอบรมยุวมัคคุเทศก์มอแกน  ครั้งที่ 2   ระหว่างวันที่ 6-7 เมษายน 2553  ณ หมู่บ้านมอแกน อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา   ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.tribalfriends.org/th/?attachment_id=507" rel="attachment wp-att-507"><img src="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/05/clip_image007-150x150.jpg" alt="clip_image007" width="150" height="150" class="alignleft size-thumbnail wp-image-507" /></a>
<a href='http://www.tribalfriends.org/th/?attachment_id=511' title='clip_image0011'><img src="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/05/clip_image0011-150x150.jpg" width="150" height="150" class="attachment-thumbnail" alt="" /></a>
<a href='http://www.tribalfriends.org/th/?attachment_id=510' title='clip_image0010'><img src="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/05/clip_image0010-150x150.jpg" width="150" height="150" class="attachment-thumbnail" alt="" /></a>
<a href='http://www.tribalfriends.org/th/?attachment_id=509' title='clip_image009'><img src="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/05/clip_image009-150x150.jpg" width="150" height="150" class="attachment-thumbnail" alt="" /></a>
<a href='http://www.tribalfriends.org/th/?attachment_id=508' title='clip_image008'><img src="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/05/clip_image008-150x150.jpg" width="150" height="150" class="attachment-thumbnail" alt="" /></a>
<a href='http://www.tribalfriends.org/th/?attachment_id=507' title='clip_image007'><img src="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/05/clip_image007-150x150.jpg" width="150" height="150" class="attachment-thumbnail" alt="" /></a>
<a href='http://www.tribalfriends.org/th/?attachment_id=506' title='clip_image006'><img src="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/05/clip_image006-150x150.jpg" width="150" height="150" class="attachment-thumbnail" alt="" /></a>
<a href='http://www.tribalfriends.org/th/?attachment_id=505' title='clip_image005'><img src="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/05/clip_image005-150x150.jpg" width="150" height="150" class="attachment-thumbnail" alt="" /></a>
<a href='http://www.tribalfriends.org/th/?attachment_id=504' title='clip_image004'><img src="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/05/clip_image004-150x150.jpg" width="150" height="150" class="attachment-thumbnail" alt="" /></a>
<a href='http://www.tribalfriends.org/th/?attachment_id=503' title='clip_image003'><img src="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/05/clip_image003-150x150.jpg" width="150" height="150" class="attachment-thumbnail" alt="" /></a>
<a href='http://www.tribalfriends.org/th/?attachment_id=502' title='clip_image002'><img src="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/05/clip_image002-150x150.jpg" width="150" height="150" class="attachment-thumbnail" alt="" /></a>
<br />
โครงการนำร่องอันดามัน สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมูลนิธิเพื่อนชนเผ่า จัดกิจกรรมส่งเสริมศักยภาพเยาวชนในกิจกรรมอบรมยุวมัคคุเทศก์มอแกน  ครั้งที่ 2   ระหว่างวันที่ 6-7 เมษายน 2553  ณ หมู่บ้านมอแกน อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา   </p>
<p>ซึ่งเป็นกิจกรรมต่อเนื่องจากกิจกรรมจุดประกายยุวมัคคุเทศก์มอแกน ที่ได้จัดขึ้นช่วงวันที่ 7-9 กุมภาพันธ์ 2553 ที่ผ่านมา   ภายใต้งบประมาณโครงการการศึกษาเปรียบเทียบเศรษฐกิจพอเพียงในบริบทของชุมชนพื้นเมืองที่อยู่กับป่าและทะเล  โดยประสานขอความร่วมมือกับศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน จ.พังงา และศูนย์เรียนรู้ชุมชนมอแกน อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์  เพื่อขออนุญาตให้เด็กเยาวชนเข้ารับการฝึกอบรมยุวมัคคุเทศก์</p>
<p>วันที่ 6  เมษายน 2553 :  กิจกรรมเริ่มในเวลาประมาณ 17.00 น.  เปิดรับลงทะเบียน  ได้รับความสนใจจากเยาวชนมอแกนชายและหญิงที่เคยผ่านการอบรมจุดประกายยุวมัคคุเทศก์ในครั้งแรก  จำนวน 17 คน รวมถึงกลุ่มมอแกนพาเที่ยวอีกจำนวน  3  คน  เริ่มกิจกรรมด้วยนันทนาการ  ละลายพฤติกรรมด้วยเพลงและเกม    จากนั้นจึงเข้าสู่กิจกรรมอบรมยุวมัคคุเทศก์   เรียกกิจกรรมนี้ว“ บอกเล่าถึงตัวฉัน ”  เป็นกิจกรรมการแนะนำตัวเองให้นักท่องเที่ยวได้รู้จักในเบื้องต้น  และแนะนำสถานที่ที่จะพานักท่องเที่ยวไปเรียนรู้พร้อมกับยุวมัคคุเทศก์    โดยให้กลุ่มมอแกนพาเที่ยว  ซึ่งเป็นผู้มีประสบการณ์พานักท่องเที่ยวร่วมเรียนรู้กับกิจกรรมการท่องเที่ยวในหมู่บ้าน  สาธิตการแนะนำตัวเองให้น้องๆ เยาวชนมอแกนได้เรียนรู้ก่อน  นอกจากนี้ยังได้ขออาสาสมัครตัวแทนยุวมัคคุเทศก์มอแกน อธิบายเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวและสถานที่สำคัญต่างๆ  ในหมู่เกาะสุรินทร์    จากนั้นจึงเปิดโอกาสให้ได้มีการซักถามกัน เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และปัญหาข้อติดขัดที่ยังเป็นอุปสรรคต่อการพูดสื่อสารกับนักท่องเที่ยว                                               </p>
<p>กิจกรรมนี้ส่งเสริมให้เยาวชนและกลุ่มมอแกนพาเที่ยวที่เข้าร่วมมีความกล้าแสดงออกและกล้าพูดในที่สาธารณะมากขึ้น  ได้รู้ปัญหาข้อบกพร่องของตนเองในการสื่อสาร ตลอดจนได้พัฒนาทักษาการพูดให้ถูกต้อง ชัดเจน สามารถสื่อความหมายให้นักท่องเที่ยวเข้าใจในการอธิบายในสิ่งที่จะเรียนรู้ร่วมกัน  รวมถึงเป็นการเปิดโอกาสให้เยาวชนได้ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมจากสิ่งที่อยู่รอบตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว  สถานที่สำคัญในหมู่เกาะสุรินทร์ วิถีชีวิต ประเพณีวัฒนธรรม ความรู้ต่างๆ ที่สืบทอดกันมาของมอแกน ทำให้เยาวชนเข้าใจและรู้จักตัวเองมากขึ้นจากกิจกรรมเหล่านี้  ซึ่ง ดร.นฤมล อรุโณทัยได้ฝากข้อคิดให้เยาวชนหาความรู้เพิ่มเติมและฝึกฝนตัวเองอย่างสม่ำเสมอ สิ่งใดที่ไม่รู้อย่างแน่ชัดก็ต้องพยายามขวนขวาย สอบถามจากคนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้าน เพราะคนเฒ่าคนแก่ถือเป็นครู เป็นปราชญ์ที่มีความรู้ มีภูมิปัญญาอันชาญฉลาด   หากเยาวชนคนรุ่นใหม่ไม่สนใจหรือละเลย ไม่ให้ความสำคัญ   ความรู้และภูมิปัญญาเหล่านี้อาจสูญหายไปตามกาลเวลาได้ เมื่อจบกิจกรรมนี้จึงให้ทุกคนแยกย้ายกลับบ้าน เพื่อเตรียมตัวสำหรับกิจกรรมในวันรุ่งขึ้น</p>
<p>วันที่  7  เมษายน 2553 :  เริ่มกิจกรรมเวลา 8.30 น.  รับประทานอาหารเช้าร่วมกัน   จากนั้นเวลา  9.30 น. คุณอาร์ม ตัวแทนจากผู้ประกอบการกิจการนำเที่ยวอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์  ให้เกียรติเป็นวิทยากรอบรมและให้ความรู้เกี่ยวกับ  “เทคนิคเบื้องต้นที่สำคัญสำหรับการเป็นมัคคุเทศก์”   ซึ่งการจะเป็นมัคคุเทศก์นั้น  ในขั้นแรกต้องเตรียมตัวเองให้พร้อม   คือ  ความมั่นใจในตัวเองในการเป็นมัคคุเทศก์   ต้องมีความภาคภูมิใจในตนเอง ในความเป็นมอแกน กล้าที่จะพูด  พูดจาฉะฉานชัดเจน  กล้าสบตานักท่องเที่ยว  ไม่เขินอาย   ต้องมีความพร้อมในเรื่องความรู้และข้อมูลพื้นฐานของพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว   ซึ่งเด็กๆ เองจะมีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับหมู่บ้านและสถานที่ต่างๆ ในหมู่เกาะสุรินทร์ดีอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องขยันหาข้อมูลและความรู้เพิ่มเติมในสิ่งที่ยังไม่รู้ ความรู้และข้อมูลที่มีต้องถูกต้องชัดเจน  เพราะไม่เช่นนั้นนักท่องเที่ยวอาจได้ข้อมูลที่ผิดกลับไปบอกต่อคนอื่นๆ อีกทั้งต้องมีความรู้ใหม่ๆ และสามารถนำเสนอสิ่งใหม่ๆ ให้นักท่องเที่ยวเกิดความสนใจที่จะมาเที่ยวในครั้งต่อไปได้</p>
<p>ในครั้งนี้   ด.ช.เข้  กล้าทะเล  และ น.ส.เจ๊ด  กล้าทะเล  ได้ออกมานำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวในหมู่บ้านมอแกนและรอบๆ หมู่เกาะสุรินทร์ด้วยการอธิบายตามแผนที่ท่องเที่ยว  การพาชมกระท่อมนิทรรศการเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รู้ข้อมูลพื้นฐานของมอแกนทั้งประวัติ ความเป็นมา  วิถีชีวิต เครื่องมือการทำมาหากิน  ประเพณีวัฒนธรรมและการติดต่อสังคมกับโลกภายนอก  การพาเดินเที่ยวชมหมู่บ้าน โรงเรียน  การเดินศึกษาเส้นทางศึกษาธรรมชาติ เป็นต้น  ได้รับคำแนะนำและคำชมจากคุณอาร์มเป็นอย่างดี ทำให้เด็กๆ มีกำลังใจและความมุ่งมั่นที่จะเรียนรู้เทคนิควิธีการต่างๆ มากขึ้น ทั้งนี้คุณอาร์มได้ฝากข้อคิดกับเด็กๆ เรื่องการเป็นมัคคุเทศก์ว่า อย่าทำเพียงเพื่อหวังค่าตอบแทนหรือผลกำไร  ขอให้ทำด้วยใจรัก และพยายามฝึกฝนพัฒนาตนเองให้ดียิ่งขึ้นไป เพราะสิ่งที่ได้รับคือความภาคภูมิใจในความรู้และความเป็นมอแกนซึ่งมีค่ายิ่งกว่าเงินค่าตอบแทนเพียงเล็กน้อย   </p>
<p>จากนั้น ด.ญ.ชะดู๊ด กล้าทะเล และ น.ส.เจ้ด กล้าทะเล จึงได้มีโอกาสฝึกปฏิบัติการเป็นยุวมัคคุเทศก์มอแกนกับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในหมู่บ้าน  โดยทั้งสองคนได้พานักท่องเที่ยวเที่ยวชมหมู่บ้าน  ทำความรู้จักกับมอแกนตามบ้านต่างๆ พาไปยัง โรงเรียนดูแปลงผักสวนครัว พูดคุยกับครูและนักเรียน มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างนักท่องเที่ยวและยุวมัคคุเทศก์ทั้งสองคนตลอดเส้นทางที่เดินไปและเดินกลับหมู่บ้าน และปิดท้ายด้วยการอธิบายความรู้เรื่องเรือก่าบาง ที่มีความสัมพันธ์กับวิถีมอแกนมาช้านาน พร้อมกันนี้ทั้งสองคนได้รับน้ำใจเล็กน้อยจากนักท่องเที่ยวเป็นค่าตอบแทนและกำลังใจในการเป็นมัคคุเทศก์น้อย และฝากให้ตั้งใจเรียน รักษาประเพณีอันดีงามของมอแกนไว้อย่าให้สูญหาย </p>
<p>ขณะที่ ด.ช. เข้  กล้าทะเลก็มีโอกาสปฏิบัติเป็นมัคคุเทศก์น้อยให้ข้อมูลและเรื่องราวภายในกระท่อมนิทรรศการแก่นักท่องเที่ยวเช่นกัน  และเวลาประมาณ 11.00 น. เยาวชนมัคคุเทศก์น้อยต่างมานั่งล้อมวงเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเป็นยุวมัคคุเทศก์นำเที่ยวว่าเป็นอย่างไร  ยังมีข้อบกพร่องด้านใดบ้างและต้องเตรียมตัวหาข้อมูลอะไรเพิ่มเติมเพื่อตอบคำถามแลกเปลี่ยนกับนักท่องเที่ยว   และทำกิจกรรมนันทนาการ พักผ่อนและรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน ก่อนที่จะแยกย้ายไปพักผ่อนตามอัธยาศัย และเริ่มกิจกรรมต่อในภาคบ่าย</p>
<p>กิจกรรมในภาคบ่าย เริ่มประมาณ 14.30 น. โดยได้แบ่งกลุ่มยุวมัคคุเทศก์มอแกนเป็น 2 กลุ่ม แต่ละกลุ่มจะมีกลุ่มมอแกนพาเที่ยวประกบเป็นพี่เลี้ยงกลุ่มละ 2 คน  เดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติ “ตะบิงก่อตาน” เพื่ออธิบายเรื่องราว พันธุ์ไม้และความสัมพันธ์ของมอแกนกับผืนป่าที่ต้องพึ่งพาอาศัยกัน<br />
กลุ่มที่ 1 ประกอบด้วย  ชะดู๊ด  ทิพย์  ซาลีก้า   พง  น็อต  มีบ่าตอยและสุทัดเป็นพี่เลี้ยงกลุ่ม  น.ส.กิ่งแก้ว  บัวเพชร และ น.ส. จีระวรรณ์ บรรเทาทุกข์เป็นผู้ติดตามประเมิน<br />
กลุ่มที่ 2 ประกอบด้วย เข้  เดือน ดูกูน ดาว เจ๊ด  มีตะวัน เป็นพี่เลี้ยงกลุ่ม  นายพลาเดช ณ ป้อมเพชร และนางสาวอุษา โคตรศรีเพชร  เป็นผู้ติดตามประเมิน</p>
<p>ผลการประเมินร่วมกันระหว่างมัคคุเทศก์มอแกน กลุ่ม “มอแกนพาเที่ยว” และผู้ติดตามภายหลังการเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติพบว่า  โดยรวมมัคคุเทศก์น้อยทั้งสองกลุ่มมีพัฒนาการในการพูดเล่าเรื่องราวตามสถานีต่างๆ ได้ดีขึ้น   แต่ยังขาดความรู้ที่ชัดเจนเกี่ยวกับพันธุ์พืชและการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของมอแกนกับทรัพยากรธรรมชาติในป่า   เด็กๆ มีความพยายามในการเรียนรู้จากกลุ่มมอแกนพาเที่ยว ผลัดกันซักถามอย่างสนอกสนใจ  เพราะผู้ใหญ่ในกลุ่ม “มอแกนพาเที่ยว” มีความชำนาญในเส้นทางและรู้จักพันธุ์พืชต่างๆ มากกว่า      นอกจากนี้เด็กๆ บางคนเล่าว่าได้ไปหาข้อมูลเพิ่มเติมเองซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสนใจและตั้งใจอย่างมุ่งมั่นที่จะเป็นมัคคุเทศก์   ทีมผู้ประเมินเห็นว่าเด็กๆ ต้องมีการฝึกฝนและหาความรู้เหล่านี้เพิ่มเติมอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งควรจะต้องมีหน่วยงานหรือบุคคลากรที่ความรู้เฉพาะด้านมาสนับสนุนโอกาสและช่วยอบรมให้ความรู้ รวมทั้งให้มีการฝึกฝนกับนักท่องเที่ยวจริง  จากนั้นประมาณ 16.00 น. จึงเป็นกิจกรรมพักผ่อน นันทนาการรับประทานอาหารว่างและสิ้นสุดกิจกรรมช่วงบ่าย   </p>
<p>ประมาณ 19.00 น. เริ่มกิจกรรมช่วงค่ำ เป็นการฉายวิดีโอเกี่ยวกับการจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่ต่างๆ และร่วมสรุปผลกิจกรรมการอบรมยุวมัคคุเทศก์น้อยมอแกน  รวมทั้งตอบคำถามทบทวนประสบการณ์การดูงานในชุมชนบนฝั่งซึ่งจัดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และเชิงวัฒนธรรม    สรุปได้ว่าเยาวชนมอแกนและกลุ่มมอแกนพาเที่ยวต่างรู้สึกมีความมั่นใจมากขึ้นกับการเป็นมัคคุเทศก์นำเที่ยวในหมู่บ้านและพื้นที่ต่างๆ รอบเกาะสุรินทร์ พ  ร้อมจะฝึกฝนและหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อให้สามารถเป็นมัคคุเทศก์ที่รอบรู้ เข้าใจ และพร้อมจะถ่ายทอดความรู้ เรื่องราวและความเป็นตัวตนของมอแกนให้นักท่องเที่ยวได้เข้าใจมากขึ้น ซึ่งจะนำความภาคภูมิใจมาสู่ตนเองและหมู่บ้านมอแกนในอนาคตต่อไป<br />
                      *****************</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tribalfriends.org/th/?feed=rss2&amp;p=485</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>สรุปกิจกรรม “จุดประกายยุวมัคคุเทศก์มอแกน” 7-9 กุมภาพันธ์ 2553</title>
		<link>http://www.tribalfriends.org/th/?p=449</link>
		<comments>http://www.tribalfriends.org/th/?p=449#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 16 Mar 2010 06:13:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>FTPF</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[คลังข้อมูล]]></category>

		<category><![CDATA[เรื่องราวน่าสนใจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tribalfriends.org/th/?p=449</guid>
		<description><![CDATA[อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวทางทะเลที่มีความสวยงามติดอันดับโลก   และมีชาวมอแกนอาศัยอยู่นานหลายชั่วอายุคน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความชาญฉลาดในการดำรงชีวิตด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ทำให้ทรัพยากรทางทะเลและทรัพยากรบนเกาะยังคงความสมบูรณ์หลากหลายอยู่เช่นเดิม  ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/03/dsc003321.jpg"><img src="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/03/dsc003321-150x150.jpg" alt="dsc003321" title="dsc003321" width="150" height="150" class="alignnone size-thumbnail wp-image-470" /></a><a href="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/03/dsc00402.jpg"><img src="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/03/dsc00402-150x150.jpg" alt="dsc00402" title="dsc00402" width="150" height="150" class="alignnone size-thumbnail wp-image-460" /></a><a href="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/03/dsc00434.jpg"><img src="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/03/dsc00434-150x150.jpg" alt="dsc00434" title="dsc00434" width="150" height="150" class="alignnone size-thumbnail wp-image-462" /></a><a href="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/03/dsc002871.jpg"><img src="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/03/dsc002871-150x150.jpg" alt="dsc002871" title="dsc002871" width="150" height="150" class="alignnone size-thumbnail wp-image-467" /></a><a href="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/03/dsc003061.jpg"><img src="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/03/dsc003061-150x150.jpg" alt="dsc003061" title="dsc003061" width="150" height="150" class="alignnone size-thumbnail wp-image-468" /></a><a href="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/03/dsc003301.jpg"><img src="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/03/dsc003301-150x150.jpg" alt="dsc003301" title="dsc003301" width="150" height="150" class="alignnone size-thumbnail wp-image-469" /></a><br />
สรุปกิจกรรม “จุดประกายยุวมัคคุเทศก์มอแกน”<br />
ระหว่างวันที่ 7-9 กุมภาพันธ์  ณ หมู่บ้านมอแกน อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ จ.พังงา<br />
&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;-<br />
หลักการเหตุผลกิจกรรม</p>
<p>อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวทางทะเลที่มีความสวยงามติดอันดับโลก   และมี<a href="http://www.andaman.cusri.chula.ac.th">ชาวมอแกน</a>อาศัยอยู่นานหลายชั่วอายุคน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความชาญฉลาดในการดำรงชีวิตด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ทำให้ทรัพยากรทางทะเลและทรัพยากรบนเกาะยังคงความสมบูรณ์หลากหลายอยู่เช่นเดิม  พบว่าองค์ความรู้ด้านต่างๆ ของมอแกนมีคุณค่ามหาศาล ไม่ว่าจะเป็นความรู้ด้านการอาศัยอยู่ในทะเล ความรู้เรื่องทรัพยากรทางทะเล  ความรู้เรื่องพืชบนเกาะ การต่อเรือ ตลอดจนการทำหัตถกรรมจากวัสดุธรรมชาติ เป็นต้น  ความรู้ดังกล่าวหากถูกนำออกมาใช้อย่างเข้าใจ รู้คุณค่าและเห็นศักยภาพในตัวพี่น้องมอแกนแล้ว ก็หมายถึงการยอมรับคุณค่าของวัฒนธรรมของสังคมคนกลุ่มเล็กๆ บนพื้นฐานวิธีคิดที่เห็นความสำคัญของความแตกต่างหลากหลายเพื่อความสงบสุขในสังคมโลก ซึ่งจะนำไปสู่การจัดการทรัพยากรด้านต่างๆ รวมทั้งการจัดการการท่องเที่ยวที่มีความสมดุลต่อไป<br />
ปัจจุบันพบว่าเยาวชนมอแกนในศูนย์การเรียนชุมชนหลายคนที่กำลังเข้าสู่วัยแรงงาน ได้ถูกดึงเข้าสู่ตลาดแรงงาน บ้างก็เดินทางไปรับจ้างเป็นแรงงานก่อสร้างที่ภูเก็ตหรือกระบี่  บ้างก็รับจ้างอุทยานฯ ในการเก็บขยะ แบกของ และถือท้ายเรือไม่ต่างจากคนรุ่นพ่อแม่ ทั้งๆ ที่มีโอกาสในการพัฒนาตนเองได้มากกว่า   โครงการนำร่องอันดามัน สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์-มหาวิทยาลัย ได้สอบถามความต้องการของเยาวชนกลุ่มดังกล่าวถึงการทำงานเป็นมัคคุเทศก์เพื่อเป็นอาชีพทางเลือกให้แก่ตนเอง พบว่าหลายคนสนใจแต่ยังขาดความมั่นใจในการสื่อสารกับนักท่องเที่ยว  </p>
<p>โครงการนำร่องอันดามันจึงเห็นว่าการจัดกิจกรรมจุดประกายยุวมัคคุเทศก์ให้แก่เยาวชนกลุ่มดังกล่าวโดยเน้นที่ความรู้เกี่ยวกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมมอแกน และการมีส่วนร่วมในงานอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ จะทำให้เยาวชนได้รับการพัฒนาศักยภาพ สามารถอธิบายความรู้ที่ถูกต้องในวิถีวัฒนธรรมของตนเองได้อย่างมั่นใจ และก่อให้เกิดการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาการท่องเที่ยว </p>
<p>วัตถุประสงค์<br />
	1. เพื่อสร้างกลุ่มยุวมัคคุเทศก์ และถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และสร้างความภาคภูมิใจในวิถีชีวิตและวัฒนธรรมแก่เยาวชนชาวมอแกน<br />
	2. เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการการท่องเที่ยวและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม<br />
	3. เพื่อส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์วัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ จ.พังงา</p>
<p>วันเวลาและสถานที่  กิจกรรมเตรียมความพร้อม “จุดประกายยุวมัคคุเทศก์” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-9 กุมภาพันธ์ 2553 ณ หมู่บ้านมอแกน อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ จ.พังงา</p>
<p>รายชื่อเยาวชนมอแกนที่เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 19 คน มีรายชื่อต่อไปนี้</p>
<p>1.น.ส.ทิพย์ กล้าทะเล        อายุ 18 ปี<br />
2.น.ส.เจ๊ด   กล้าทะเล       อายุ  15 ปี<br />
3.น.ส.เดือน กล้าทะเล       อายุ  15 ปี<br />
4.ด.ญ.ปาโย่ กล้าทะเล      อายุ 14 ปี<br />
5.ด.ญ.ชะดู๊ด กล้าทะเล     อายุ  12 ปี<br />
6.ด.ญ.ดาว กล้าทะเล	    อายุ  12 ปี<br />
7.ด.ญ.วันดี  กล้าทะเล      อายุ 12 ปี<br />
8.ด.ญ.ดู่กูน กล้าทะเล 	    อายุ  12 ปี<br />
9.ด.ญ.แล้ว   กล้าทะเล     อายุ 12 ปี<br />
10.ด.ญ.ซาลีก้า  กล้าทะเล   อายุ  11 ปี<br />
11.ด.ญ.หล่อบะ กล้าทะเล    อายุ  10 ปี<br />
12.ด.ญ.ยอย กล้าทะเล	       อายุ  10 ปี<br />
13.ด.ญ.โมเม กล้าทะเล      อายุ 9 ปี<br />
14.ด.ช.พง  กล้าทะเล       อายุ 9  ปี<br />
15.ด.ช.หง่อโมง กล้าทะเล อายุ 12 ปี<br />
16.ด.ช.เค กล้าทะเล	     อายุ 11 ปี<br />
17.ด.ช.มัด นาวารักษ์	     อายุ 12 ปี<br />
18.ด.ช.เอก นาวารักษ์ 	     อายุ 11 ปี<br />
19.ด.ช.หนอด กล้าทะเล    อายุ 10 ปี</p>
<p>องค์กรที่สนับสนุน  โครงการนำร่องอันดามัน สถาบันวิจัยสังคม จุฬาฯ ภายใต้โครงการวิจัยศึกษาเปรียบเทียบเศรษฐกิจพอเพียงระหว่างชุมชนที่อยู่ในป่าและทะเล และมูลนิธิเพื่อนชนเผ่า</p>
<p>ผลการดำเนินกิจกรรม</p>
<p>กิจกรรมจุดประกายยุวมัคคุเทศก์มอแกน เริ่มต้นตั้งแต่ช่วงเย็นของวันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2553 ณ ศาลารวมใจไทย-มอแกน โดยทีมพี่เลี้ยง จากโครงการนำร่องอันดามัน สถาบันวิจัยสังคม จุฬาฯ นำโดย นายพลาเดช ณ ป้อมเพชร  น.ส.จีระวรรณ์ บรรเทาทุกข์ น.ส.กิ่งแก้ว บัวเพชร น.ส.อุษา โคตรศรีเพชร  น.ส.ชณิกา สุพัฒนะกรกิจ นายยูกิ ซูซูกิ นายทักษิณ สายศร และนายชูเกียรติ จันทา  การเริ่มต้นกิจกรรมในวันนี้ ทีมพี่เลี้ยงได้รับลงทะเบียนเยาวชนมอแกนทั้งหญิงชาย พบว่ามีเยาวชนให้ความสนใจเป็นจำนวนถึง 29 คน   ในช่วงเย็นวันแรกนี้ทีมพี่เลี้ยง โดยน.ส.กิ่งแก้ว บัวเพชร และนายพลาเดช            ณ ป้อมเพชร และน.ส.จีระวรรณ์ บรรเทาทุกข์ได้บอกเล่าความรู้เรื่องการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ วัฒนธรรม ความสำคัญของการเป็นยุวมัคคุเทศก์ พร้อมกับฉายภาพตัวอย่างการฝึกเป็นยุวมัคคุเทศก์  และภาพการเป็นยุวมัคคุเทศก์มืออาชีพให้เยาวชนมอแกนชม รวมถึงภาพความสวยงาม ชายหาดและอ่าวต่างๆของหมู่เกาะสุรินทร์ และวิถีวัฒนธรรมอันโดดเด่นของมอแกน กิจกรรมในช่วงนี้นอกจากให้ความรู้เพื่อปูพื้นฐานการเป็นยุวมัคคุเทศก์แล้ว ยังเป็นการกระตุ้นความรู้สึกในการเป็นผู้อธิบายวิถีวัฒนธรรมและอธิบายชุมชนของกลุ่มเยาวชนมอแกนได้อย่างมาก ด้วยเพราะวัฒนธรรมของมอแกนต่างเป็นที่สนใจของผู้คนทั่วไปอย่างมาก อีกทั้งหมู่เกาะสุรินทร์มีชายหาด อ่าวและจุดดำน้ำดูปะการังที่สวยงามติดอันดับโลก เหล่านี้จึงสร้างความรู้สึกภูมิใจและต้องการจะแสดงออกในการถ่ายทอดวิถีชีวิต วัฒนธรรมและทรัพยากรธรรมชาติบนเกาะที่ผูกพันกับชีวิตมอแกนให้นักท่องเที่ยวได้เข้าใจอย่างลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น<br />
กิจกรรมในวันที่สอง จันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553  ในวันนี้มีเยาวชนมาร่วมกิจกรรมลดลงเหลือ 19 คน เนื่องด้วย กลุ่มเยาวชนชาย 10 คน ต้องออกไปทำงานรับจ้างอุทยานและบริษัททัวร์  หลังจากรับประทานอาหารเช้าร่วมกันแล้ว กิจกรรม        จุดประกายยุวมัคคุเทศก์จึงเริ่มต้นด้วยเกมละลายพฤติกรรม และร้องเพลงสันทนาการก่อนเข้าสู่กิจกรรมหลัก ทีมพี่เลี้ยงได้แบ่งกลุ่มเยาวชนมอแกนออกเป็น 5 กลุ่ม พร้อมกับมีพี่เลี้ยงประจำกลุ่มได้แก่<br />
หนึ่งกลุ่มกอด้าง  มีสมาชิกในกลุ่มคือ น.ส.เจ๊ด  ด.ญ.ปาโย่ ด.ช.พงศ์ ด.ช.หง่อโมง  และมีพี่เลี้ยงประจำกลุ่มคือ       น.ส.อุษา โคตรศรีเพชร<br />
สองกลุ่มบุงะ  มีสมาชิกในกลุ่มคือ  ด.ญ.ทิพย์ ด.ญ.ดาว ด.ญ.ซาลีก้า  ด.ช.เอก  และมีพี่เลี้ยงประจำกลุ่มคือ         น.ส.กิ่งแก้ว บัวเพชร<br />
สามกลุ่มเอกาน   มีสมาชิกในกลุ่มคือ ด.ญ.ชะดู๊ด ด.ญ.วันดี ด.ช.ภาส ด.ญ.หล่อบ๊ะ   และมีพี่เลี้ยงประจำกลุ่มคือ   น.ส.ชณิกา สุพัฒนะกรกิจ<br />
สี่กลุ่มแต่มุน  มีสมาชิกในกลุ่มคือ น.ส.เดือน ด.ญ.แล้ว ด.ญ.โมเม ด.ช.หนอด   และมีพี่เลี้ยงประจำกลุ่มคือ             นายยูกิ ซูซูกิ<br />
ห้ากลุ่มโพง มีสมาชิกในกลุ่มคือ ด.ญ.ดู่กูล  ด.ญ.ยอย  ด.ช.เค  และมีพี่เลี้ยงประจำกลุ่มคือน.ส.จีระวรรณ์ บรรเทาทุกข์</p>
<p>ภายหลังแบ่งกลุ่มได้จัดกิจกรรมเรียนรู้ตามฐาน ในหัวข้อ “เรียนรู้เรื่องชีวิตพวกเราชาวมอแกน” โดยจัดให้แต่ละกลุ่มเวียนตามฐานต่างๆ ซึ่งมีผู้เฒ่าผู้แก่ชาวมอแกนและทีมพี่เลี้ยงคอยให้ความรู้แก่เยาวชนมอแกน ฐานละ 15 นาที ฐานต่างๆ มีดังต่อไปนี้คือ<br />
1.ฐานเรียนรู้เรื่องบ้าน เรือและงานหัตถกรรม –มีผู้รู้ประจำฐานคือ ลุงเฮ้ง<br />
2.ฐานพิธีกรรม ความเชื่อและการรักษาพยาบาล –มีผู้รู้ประจำฐานคือ ลุงสาลาม่า<br />
3.ฐานดนตรี ศิลปะพื้นบ้านมอแกน –วิทยากรโดย – มีผู้รู้ประจำฐานคือ ลุงจี่เป็น พี่แกล้งและพี่จุก<br />
4.ฐานอาหารการกินและเมนูโปรดของเรา – มีผู้รู้ประจำฐานคือ ยายเชปา<br />
5.ฐานมารู้จักป่อลาว หล่าต๊ะ – มีผู้รู้ประจำฐานคือ พี่พลาเดช ณ ป้อมเพชร</p>
<p>บรรยากาศของการเรียนรู้นั้น เป็นภาพความสนใจใคร่รู้ด้วยศักยภาพที่แตกต่างกันไปตามความถนัดของเด็กๆ ใครถนัดเขียนก็เขียน ใครถนัดพูดจาซักถามก็ถาม ใครถนัดวาดรูปก็วาด แต่ทุกคนต่างได้บันทึกเรื่องราวลงไปในสมุดบันทึกประจำตัวของแต่ละคนผ่านการทำงานร่วมกันที่แบ่งสรรหน้าที่กันตามถนัด ก่อนการบันทึกการทำงานร่วมกันบนกระดาษแผ่นเดียว แม้จะมีการแข่งขันกันระหว่างกลุ่ม มีการคิดชื่อ ท่าทางประกอบการนำเสนอของกลุ่ม แต่เด็กๆ ก็เต็มไปด้วยความสนุก และกล้าแสดงออกมากขึ้น รวมทั้งสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้ใหญ่กับเด็กมากขึ้นด้วย</p>
<p>หลังจากเรียนรู้ตามฐานเรียบร้อยแล้ว ทีมพี่เลี้ยงได้ให้แต่ละกลุ่มเขียนสรุปรวบรวมความคิด สิ่งที่ได้รับในแผ่นกระดาษชาร์ตและออกมานำเสนอสิ่งที่ได้รับจากการเรียนรู้ พบว่าเด็ก ๆ มอแกนรุ่นใหม่หลายคน ยังไม่เคยทราบความรู้เรื่องตัวเองอย่างละเอียดเช่นนี้มาก่อน ทั้งเรื่องบ้าน เรือและงานหัตถกรรม  พิธีกรรม ความเชื่อและการรักษาพยาบาล  ความรู้เรื่องหมู่เกาะสุรินทร์ อาหารการกินและเมนูโปรดของชาวมอแกน ดนตรี และบทเพลงมอแกน  แต่ละกลุ่มมีความพยายาม ความตั้งใจในการทำสรุปและนำเสนอสิ่งที่ได้เรียนรู้อย่างมาก แม้จะเป็นครั้งแรกของการนำเสนอและอธิบายเรื่องของตัวเอง แต่ละกลุ่มก็ทำได้ค่อนข้างดี มีการอธิบายเรื่องบ้าน เรือดั้งเดิมของมอแกน งานฝีมือ พิธีกรรมความเชื่อ การรักษาพยาบาลแบบพื้นบ้าน ดนตรีศิลปะพื้นบ้าน อาหารการกินแบบมอแกน และสถานที่สำคัญบริเวณเกาะสุรินทร์ที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมของมอแกน </p>
<p>กิจกรรมจุดประกายยุวมัคคุเทศก์ในช่วงบ่ายของวันแรกนั้น  ได้จัดให้เยาวชนมอแกนได้เรียนรู้การเป็นยุวมัคคุเทศก์ ภายใต้หัวข้อ “มาเที่ยวบ้านเราชาวมอแกน” โดยมีการแบ่งกลุ่มเรียนรู้ตามฐานต่างๆ และขอให้กลุ่มมอแกนพาเที่ยวเป็นพี่เลี้ยงและมัคคุเทศก์ให้ความรู้แก่เยาวชนแต่ละกลุ่ม มีฐานต่างๆ ดังนี้คือ<br />
1.ฐานกระท่อมนิทรรศการ – นำเที่ยวโดย พี่เงยและพี่บ่าต้อย<br />
2.ฐานหมู่บ้านและงานฝีมือของเรา – นำเที่ยวโดย พี่ตาลิด<br />
3.ฐานก่าบางมอแกน – นำเที่ยวโดย ลุงจ้าว<br />
4.ฐานโรงเรียนของหนู –นำเที่ยวโดย ครูโจ ครูยุทธ์ พี่ญาโญะ<br />
5.ฐานเส้นทางเดินป่าหากินของเรา – วิทยากรโดย พี่สุทัดและพี่ลินจง</p>
<p>กิจกรรม “มาเที่ยวบ้านเราชาวมอแกน” นี้ใช้เวลาค่อนข้างมาก แต่ก็ทำให้เยาวชนได้เรียนรู้ในทักษะการนำเที่ยว  การให้ความรู้และการเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวไปเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ ของหมู่บ้านมอแกน พบว่าแต่ละกลุ่มต่างมุ่งมั่นในการจดจำ เรียนรู้และตั้งใจที่จะเป็นยุวมัคคุเทศก์อย่างมาก แม้บางคนจะรู้สึกไม่มั่นใจและเขินอายไปบ้าง ทว่าหากมีการฝึกให้เยาวชนได้ซักถาม ได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยประสบการณ์ตรงบ่อยครั้งมากขึ้น ก็จะช่วยให้เยาวชนกลุ่มนี้สามารถอธิบายวิถีวัฒนธรรมและพานักท่องเที่ยวเที่ยวชมในหมู่บ้านได้จริงอย่างแน่นอน  กิจกรรมในวันแรกจบลงด้วยเกมและสันทนาการในช่วงเย็นก่อนให้เยาวชนกลับไปพักผ่อนที่บ้าน และนัดหมายกำหนดการในวันรุ่งขึ้น</p>
<p>สำหรับกลุ่มเยาวชนชายที่ไม่มีเวลาในช่วงกลางวันนั้น ทีมพี่เลี้ยงได้ทำงานเชิงรุกและออกแบบกิจกรรมเพื่อให้เยาวชนชายได้มีโอกาสแสดงศักยภาพของตนเองในเบื้องต้น โดยการไปนั่งพูดคุยและสร้างความมั่นใจในตนเอง ให้เยาวชนทั้งหญิงชายได้นั่งพูดคุยเป็นวงกลมแบบธรรมชาติ มีการแนะนำตัวเองและให้บอกหน้าที่ความรับผิดชอบในงานที่ทำที่อุทยาน ส่วนเยาวชนหญิงที่กำลังเรียนอยู่ในศูนย์การเรียนชุมชนมอแกนก็ฝึกให้แนะนำตัวเองว่ามาจากที่ไหนและเรียนอยู่ในระดับชั้นใด และมีการพูดคุยซักถามแลกเปลี่ยนระหว่างกัน ให้ผู้หญิงและผู้ชายผลัดกันถามตอบ และมีการป้อนคำถามว่า “หากเป็นมัคคุเทศก์น้อยจะพานักท่องเที่ยวไปเที่ยวที่ไหนบ้าง”  กิจกรรมช่วงกลางคืนทำได้ระดับหนึ่งด้วยข้อจำกัดเรื่องเวลา  ทีมพี่เลี้ยงเห็นว่า หากจัดเวลาที่เหมาะสมและออกแบบกิจกรรมที่สอดคล้องกับความต้องการของเยาวชน พร้อมกับจัดกิจกรรมที่ต่อเนื่อง จะสามารถทำให้กลุ่มเยาวชนมัคคุเทศก์น้อยมอแกนเกิดขึ้นได้จริงเป็นแน่</p>
<p>ในวันที่สองของกิจกรรมจุดประกายยุวมัคคุเทศก์ เริ่มด้วยเกมและเพลงสันทนาการ ต่อด้วยอาหารเช้า และเริ่มกิจกรรมด้วยการให้เยาวชนมอแกนแต่ละกลุ่มปฏิบัติการจริงในฐานะ “ยุวมัคคุเทศก์น้อย” พาพี่เลี้ยงและพี่ๆ กลุ่มมอแกนพาเที่ยว ไปเที่ยวตามจุดที่น่าสนใจในหมู่บ้าน ทั้งนี้พี่เลี้ยงได้ทำการประเมินผลตามเกณฑ์ความตั้งใจในการให้ข้อมูล ความคิดสร้างสรรค์ ความสามัคคีในกลุ่ม ความรับผิดชอบความมีน้ำใจและกล้าแสดงออก เพื่อให้รางวัลกับกลุ่มที่ทำดีและกลุ่มที่มีความตั้งใจเรียนรู้ พร้อมกับให้กำลังใจกลุ่มที่ต้องการการฝึกและพัฒนาศักยภาพต่อ  กิจกรรมปฏิบัติการจริงนี้ พบว่าแต่ละกลุ่มมีเยาวชนดาวเด่นที่หากได้รับการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ย่อมสามารถเป็นมัคคุเทศก์น้อยมอแกนได้ดีเป็นแน่   ในช่วงบ่ายของวันที่สองนี้ ทีมพี่เลี้ยงได้จัดให้เยาวชนได้สรุปความคิดรวบยอดสิ่งที่ได้เรียนรู้ในช่วงวันครึ่งเพื่อใส่ในกระดาษชาร์ต ในหัวข้อ “หากนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมบ้านเรา จะพาเขาไปเที่ยวไหนบ้าง และเราอยากให้นักท่องเที่ยวรู้อะไรบ้าง”  เยาวชนในแต่ละกลุ่มก็ได้ระดมความคิดและทำสรุปลงในกระดาษชาร์ต พร้อมกับออกมานำเสนอ  การนำเสนอแต่ละครั้งได้ฝึกความกล้าแสดงออกในการพูด และการแสดงความคิดเห็น รวมถึงการฝึกซักถามจากเพื่อนๆ ด้วย บรรยากาศการนำเสนอเต็มไปด้วยความสนุกสนานและกล้าที่จะออกมานำเสนอสิ่งที่ได้ระดมความคิดของแต่ละกลุ่ม</p>
<p>สำหรับกิจกรรมในช่วงกลางคืนของคืนสุดท้าย เพื่อสรุปกิจกรรมทั้งหมด ทีมพี่เลี้ยงได้ต้มถั่วเขียวเลี้ยงเยาวชนและผู้ใหญ่มอแกนทั้งหมู่บ้าน พร้อมกับฉายภาพบรรยากาศสรุปกิจกรรมทั้งหมดในช่วงเวลาสองวันให้เยาวชนและชุมชนดู โดยมีกิจกรรมเสริมคือให้เยาวชนแต่ละกลุ่มคิดการแสดงมากลุ่มละ 1 การแสดง โดยมุ่งหวังว่าให้เด็กๆ มีความกล้าแสดงออกและความคิดสร้างสรรค์ และสนุกกับสิ่งที่ทำ พบว่าเด็กๆ ได้คิดการแสดงที่เกี่ยวกับวิถีชีวิตของตน เช่นการคลอดลูกแบบมอแกน การไปหาหอย เจาะหอย การพายเรือ แจวเรือแบบมอแกน การสตาร์ทเครื่องเรือ และการแก้ปัญหาเรื่องการพนันในหมู่บ้าน โดยมีเพื่อนที่กล้าพูดเป็นผู้เล่าเรื่องราวและเพื่อนที่เหลือเป็นผู้แสดง  </p>
<p>กิจกรรมส่งท้ายอีกกิจกรรมหนึ่งคือทีมพี่เลี้ยงได้จัดให้เยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมดมานั่งพูดคุย เล่าถึงความรู้สึกและสิ่งที่ได้รับในช่วงสองวันที่ผ่านมา เยาวชนมอแกนส่วนใหญ่บอกว่ารู้สึกดีใจและภูมิใจที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ และมุ่งหวังว่าอยากให้มีพี่ๆ มาพัฒนาศักยภาพให้มากกว่านี้ อยากพูด อยากรู้และอยากอธิบายให้เก่งเหมือนมัคคุเทศก์จริงๆ กิจกรรมจุดประกายยุวมัคคุเทศก์ได้จบลงด้วยความสุขและนัดหมายกันว่าในช่วงปลายเดือนมีนาคม 2553 นี้จะมีกิจกรรมเรียนรู้ดูงานการเป็นมัคคุเทศก์น้อย ณ ชุมชนบนฝั่ง พร้อมกับกลับมาเป็นยุวมัคคุเทศก์ที่หมู่บ้านจริงๆ ให้ได้</p>
<p>ทั้งหลายเหล่านี้สามารถกล่าวได้ว่าความคาดหวังของผู้ใหญ่ต่อเด็กๆ มอแกน ต่อคำว่า<br />
“ยุวมัคคุเทศก์” ดูจะไม่ใช่เรื่องใหญ่หรือไกลเกินฝันเพราะการแสดงออกและความสนใจของเด็กๆ ในการนำเสนอเรื่องราวที่พวกเขาได้ผ่านการเรียนรู้ทั้งจากชีวิตประจำวันและฐานการเรียนรู้ต่างๆ  ทั้งความสำคัญความหมายของ “เรือ” บ้านทางเลือกในฤดูแล้งของพวกเขา การย่นย่อวิถีชีวิตชาวเลมาไว้ที่กระท่อมนิทรรศการ  การพาเยี่ยมชมหมู่บ้านที่เหมือนพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต จากห้องเรียนธรรมชาติสู่ห้องเรียนที่มีการออกแบบหลักสูตรต่างๆ เพื่อเรียนรู้โลกภายนอก  และเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติเพื่อเข้าใจความใกล้ชิดระหว่างมอแกนกับผืนป่าที่มอแกนพึ่งพาอาศัยเพื่อดำรงชีวิตในฤดูมรสุมและการรักษาพยาบาล  เด็กๆ หลายคนได้นำเสนอและแสดงออกอย่างตั้งใจ การจุดประกายในครั้งนี้จึงเป็นการเพาะต้นกล้าในใจของเด็กมอแกนหลายคน ไม่ว่าความเข้าใจของเขาต่อคำว่า “หนูอยากเป็นยุวมัคคุเทศก์ค่ะ/ครับ” จะลึกซึ้งหรือแตกต่างมากน้อยกันอย่างไร แต่สิ่งที่เกิดขึ้นบอกได้ว่า “เด็กมอแกนมีศักยภาพอย่างมาก” ถ้าสังคมให้โอกาสและพื้นที่กับพวกเขาในการรักษาอัตลักษณ์และเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจของคนภายนอกต่อชาวมอแกน</p>
<p>ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ<br />
1.เยาวชนมอแกนชายที่เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้เต็มที่เนื่องด้วยถูกคาดหวังจากผู้ปกครองให้ต้องทำงานเลี้ยงครอบครัว  ซึ่งหากมาร่วมกิจกรรมกับโครงการฯ ก็จะทำให้เสียรายได้ไป โครงการฯ จึงยืดหยุ่นและออกแบบกิจกรรมในช่วงกลางคืนให้กับกลุ่มเยาวชนชายเพิ่มขึ้นด้วย โดยเป็นการพูดคุยแบบธรรมชาติ และพยายามกระตุ้นให้เยาวชนชายคิดกิจกรรมและสิ่งที่ตนเองอยากทำ แต่อย่างไรก็ตามกิจกรรมดังกล่าวมีข้อจำกัดเรื่องเวลาและความต่อเนื่อง จึงทำได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น<br />
2.รูปแบบกิจกรรมที่ดำเนินการต่างๆ มีการปรับเปลี่ยนตามตามเงื่อนไขของเวลาและความเหมาะสม เนื่องด้วยบางช่วงหากเยาวชนมีความอ่อนล้า เหน็ดเหนื่อยจากการเดินรอบชุมชน ทีมพี่เลี้ยงก็จะปรับกิจกรรมให้เหมาะสม ไม่ได้เคร่งครัดตามกำหนดการอย่างตายตัว ทั้งนี้ให้เป็นไปตามธรรมชาติ และเกิดความสุขในการทำกิจกรรมมากที่สุด<br />
3.เยาวชนมีความตั้งใจในการอธิบายสิ่งที่ตนเองได้เรียนรู้และเรื่องราวของตนให้แก่พี่เลี้ยงฟังเป็นอย่างดี แม้จะมีอาการเขินอาย และยังเรียบเรียงคำพูดภาษาไทยไม่คล่องมากนัก แต่หากผู้ที่เป็นนักท่องเที่ยวได้ซักถามคำถามต่างๆ ไป เยาวชนมอแกนเหล่านี้ก็สามารถตอบคำถามได้ค่อนข้างดี ทีมพี่เลี้ยงเห็นว่าหากมีการอบรมและจัดกิจกรรมต่อเนื่อง พร้อมกับนำเอกสารความรู้เกี่ยวกับวิถีวัฒนธรรมมอแกนที่ง่ายต่อการทำความเข้าใจมาให้เยาวชนมอแกนได้ศึกษาควบคู่ไปกับการลงมือพานักท่องเที่ยวชมหมู่บ้านแล้ว มัคคุเทศก์น้อยกลุ่มนี้ต้องมีบทบาทสำคัญในการนำเที่ยวและเป็นแกนนำหลักในการพัฒนาชุมชนมอแกนต่อไปในอนาคตได้เป็นแน่<br />
4.ข้อจำเรื่องความต่อเนื่องของกิจกรรม ภายหลังโครงการฯ จัดกิจกรรมเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้น มีความกังวลว่าเยาวชนจะไม่ได้นำความรู้และทักษะที่ได้รับไปใช้ประโยชน์ และค่อยๆ ลืมเลือนไป เจ้าหน้าที่สนามของโครงการฯ จึงได้จัดให้เยาวชนมอแกนทดลองพานักท่องเที่ยวชมหมู่บ้านด้วยในช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ก่อนที่จะมาเริ่มกิจกรรมเรียนรู้ดูงานมัคคุเทศก์ที่ชุมชนบนฝั่งในช่วงเดือนเมษายน 2553</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tribalfriends.org/th/?feed=rss2&amp;p=449</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>สรุปกิจกรรมส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรมมอแกน-กะเหรี่ยง</title>
		<link>http://www.tribalfriends.org/th/?p=434</link>
		<comments>http://www.tribalfriends.org/th/?p=434#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 21 Jan 2010 02:40:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>FTPF</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[คลังข้อมูล]]></category>

		<category><![CDATA[เรื่องราวน่าสนใจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tribalfriends.org/th/?p=434</guid>
		<description><![CDATA[กิจกรรมส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรมระหว่างชุมชนมอแกนและชุมชนกะเหรี่ยงนี้ จัดขึ้นภายใต้โครงการการศึกษาเปรียบเทียบเศรษฐกิจพอเพียงในบริบทของชุมชนพื้นเมืองที่อยู่กับป่าและทะเล:กรณีศึกษาชุมชนมอแกน อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ จ.พังงาและชุมชนกะเหรี่ยงบ้านคลิตี้ล่าง จ.กาญจนบุรี ซึ่งมีดร.นฤมล อรุโณทัย เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย ทั้งนี้เป็นไปเพื่อสะท้อนให้สังคมไทยได้เปิดโลกทัศน์ในการเรียนรู้และทำความเข้าใจพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ในสังคมที่มีวัฒนธรรมเศรษฐกิจพอเพียงอย่างลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.tribalfriends.org/th/?attachment_id=435" rel="attachment wp-att-435"><img src="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/01/1-150x150.jpg" alt="1" width="150" height="150" class="alignleft size-thumbnail wp-image-435" /></a><a href="http://www.tribalfriends.org/th/?attachment_id=436" rel="attachment wp-att-436"><img src="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/01/3-150x150.jpg" alt="3" width="150" height="150" class="alignleft size-thumbnail wp-image-436" /></a><a href="http://www.tribalfriends.org/th/?attachment_id=437" rel="attachment wp-att-437"><img src="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/01/6-150x150.jpg" alt="6" width="150" height="150" class="alignleft size-thumbnail wp-image-437" /></a><a href="http://www.tribalfriends.org/th/?attachment_id=438" rel="attachment wp-att-438"><img src="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/01/7-150x150.jpg" alt="7" width="150" height="150" class="alignleft size-thumbnail wp-image-438" /></a>สรุปกิจกรรมส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรมมอแกน-กะเหรี่ยง<br />
ระหว่างวันที่ 21-25 ธันวาคม 2552 ณ บ้านคลิตี้ล่าง จ.กาญจนบุรี<br />
*********************************<br />
กิจกรรมส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรมระหว่างชุมชนมอแกนและชุมชนกะเหรี่ยงนี้ จัดขึ้นภายใต้โครงการการศึกษาเปรียบเทียบเศรษฐกิจพอเพียงในบริบทของ<a href="http://www.andaman.cusri.chula.ac.th">ชุมชนพื้นเมือง</a>ที่อยู่กับป่าและทะเล:กรณีศึกษาชุมชนมอแกน อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ จ.พังงาและชุมชนกะเหรี่ยงบ้านคลิตี้ล่าง จ.กาญจนบุรี ซึ่งมีดร.นฤมล อรุโณทัย เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย ทั้งนี้เป็นไปเพื่อสะท้อนให้สังคมไทยได้เปิดโลกทัศน์ในการเรียนรู้และทำความเข้าใจพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ในสังคมที่มีวัฒนธรรมเศรษฐกิจพอเพียงอย่างลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น โดยกิจกรรมดังกล่าวมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ใหม่ๆ และเพิ่มพูนทักษะในการดำรงอยู่แบบพึ่งตนเองพร้อมกับสร้างความตระหนักคิดในการดำรงอยู่แบบพอเพียงของชาว<a href="http://www.andaman.cusri.chula.ac.th">มอแกน</a>และชาวกะเหรี่ยง เพื่อให้กลุ่มชาติพันธุ์ทั้งสองรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงในสภาวะสังคมปัจจุบัน รู้คุณค่าและภูมิใจในวัฒนธรรมชนเผ่าของตน   มีตัวแทนผู้ใหญ่และเยาวชนมอแกนเข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 25 คน และทีมวิจัยอีก 7 คน รวมทั้งสิ้น 32 คน</p>
<p>กิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรม เริ่มต้นด้วยการทำความรู้จักกันระหว่างผู้นำชุมชนคลิตี้ล่าง เยาวชนและตัวแทนชาวมอแกน เพื่อให้เกิดการสร้างความไว้วางใจและเรียนรู้วัฒนธรรมของกันและกันในเบื้องต้น พร้อมกับทำความเข้าใจถึงกฎระเบียบชุมชนและข้อตกลงร่วมกันระหว่างการใช้ชีวิตอยู่ในชุมชนกะเหรี่ยงช่วง 4 คืน 5 วัน และแบ่งกลุ่มเป็น 6 กลุ่มในการเข้าพักกับครอบครัวของชาวคลิตี้ล่าง 6 ครอบครัว ทั้งนี้ทีมวิจัยได้จัดให้มีพี่เลี้ยงประจำแต่ละกลุ่มๆ ละ 1 คนด้วย  และได้จัดให้แต่ละกลุ่มตั้งชื่อกลุ่มเป็นภาษากะเหรี่ยงและทำความรู้จักสมาชิกในครอบครัวของบ้านที่ไปอยู่ พร้อมกับเรียนรู้คำศัพท์ภาษากะเหรี่ยงด้วย กลุ่มต่างๆ ได้ตั้งชื่อกลุ่มของตนดังนี้คือ</p>
<p>กลุ่มหนึ่ง “โผล่ว”  มีความหมายว่า  มะพร้าว  มีสมาชิกในกลุ่ม 4 คน คือ นายจ้าว  นายดูนุ่ง นายเฮ้ง และนายสาลาม่า  เข้าพักในบ้านของนายเนโท นาสวนนิวัฒน์  มีพี่เลี้ยงประจำกลุ่มคือ น.ส.อุษา โคตรศรีเพชร   </p>
<p>กลุ่มสอง “โพ่”  มีความหมายว่า ดอกไม้  มีสมาชิกในกลุ่ม 4 คน คือ นายสุทัด นายบ่าต้อย นายนาย และนายลินจง  เข้าพักในบ้านของนายยะเสอะ นาสวนสุวรรณ  มีพี่เลี้ยงประจำกลุ่มคือ นายพลาเดช ณ ป้อมเพชร</p>
<p>กลุ่มสาม “ไล้ถ่อง” มีความหมายว่า น้ำตก มีสมาชิกในกลุ่ม 5 คน คือ นายตะวัน นายญาโญ๊ะ นายตาลิด ด.ช.ช่อเลา และด.ช.หง่อโมง  เข้าพักในบ้านของนายสุนทร โต้งฟ้า  มีพี่เลี้ยงประจำกลุ่มคือ นายทักษิณ สายศร</p>
<p>กลุ่มสี่ “เชอเกซะ” มีความหมายว่า พริก มีสมาชิกในกลุ่ม 4 คน คือ นางเชปา น.ส.เดือน ด.ญ.วันดี    ด.ญ.หล่อบ๊ะ  เข้าพักในบ้านของนายประชา อรุณศรีสุวรรณ  มีพี่เลี้ยงประจำกลุ่มคือ น.ส.ภศิกา ผลารักษ์</p>
<p>กลุ่มห้า “ไซเทอ” มีความหมายว่า ต้นไม้ มีสมาชิกในกลุ่ม 4 คน คือ น.ส.ทิพย์  ด.ญ.ดู่กูน ด.ญ.แล้ว และด.ญ.ดาว  เข้าพักในบ้านของนายสมพงษ์ ทองผาไฉไล มีพี่เลี้ยงประจำกลุ่มคือ น.ส.กิ่งแก้ว บัวเพชร</p>
<p>กลุ่มหก “กามะลื้อโพ่” มีความหมายว่า ดอกมะลิ มีสมาชิกในกลุ่ม 4 คน คือ น.ส.แจ้ด  น.ส.ปน ด.ญ.ปาโย่ และด.ญ.ชะดู๊ด  เข้าพักในบ้านของนางมื้อกะเล่ อรุณศรีสุวรรณ  มีพี่เลี้ยงประจำกลุ่มคือ น.ส.จีระวรรณ์ บรรเทาทุกข์ </p>
<p>ทีมวิจัยพบว่าแต่ละกลุ่มรู้สึกสนุก ได้รู้จักสมาชิกในครอบครัวชาวคลิตี้ล่างเร็วขึ้น อีกทั้งยังได้เรียนภาษากะเหรี่ยงทำให้เกิดความสนิทสนมกับครอบครัวที่ไปอยู่มากขึ้น มอแกนหลายคนเมื่อพบเพื่อนชาวกะเหรี่ยงก็จะส่งภาษากะเหรี่ยง ทักทายกัน ทำให้บรรยากาศของการเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรมมอแกน-กะเหรี่ยงมีความสุขและเป็นกันเองอย่างมาก</p>
<p>ทีมวิจัยได้จัดกิจกรรมเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรมตามฐานวิถีเศรษฐกิจพอเพียง อันได้แก่ฐานทอผ้า ตีมีดและตำข้าวตามภูมิปัญญากะเหรี่ยง โดยได้แบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่เพื่อเข้าเรียนรู้ตามฐาน และมีพี่เลี้ยงประจำกลุ่มคอยดูแลกระตุ้นความคิด และป้อนคำถามที่ทำให้ชาวมอแกนได้เรียนรู้วิถีวัฒนธรรมพื้นบ้านของชาวกะเหรี่ยง      ทีมวิจัยยังได้จัดฐานเรียนรู้เรื่องบ้านพอเพียงที่เน้นการปลูกพืชผสมผสาน สีข้าวและเลี้ยงสุกรแบบพึ่งตนเองได้ การจัดการท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์ซึ่งเกิดขึ้นโดยการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน และฐานเรียนรู้เรื่องการทำยาสูบใช้เองด้วย ทั้งนี้ได้ขอให้ผู้เฒ่าผู้แก่ชาวคลิตี้ล่างและผู้รู้เป็นวิทยากรประจำฐาน พร้อมกับจัดให้มีกลุ่มเยาวชนคลิตี้ล่างคอยทำหน้าที่พามอแกนเดินเรียนรู้ไปตามฐานต่างๆ ซึ่งกลุ่มเยาวชนคลิตี้ล่างก็ได้เรียนรู้เรื่องราววิถีวัฒนธรรมของตนให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นอีกด้วย ภายหลังการเรียนรู้ได้จัดให้แต่ละกลุ่มออกมานำเสนอสิ่งที่ได้รับและบอกเล่าถึงความประทับใจที่เกิดขึ้นจากฐานเรียนรู้  </p>
<p>กลุ่มมอแกนได้รู้จักวัฒนธรรมแบบเรียบง่ายและพึ่งตนเองได้ของเพื่อนชาวกะเหรี่ยง เพราะสิ่งของเครื่องใช้ในอดีตของชาวกะเหรี่ยงนั้นเป็นภูมิปัญญาที่สามารถทำขึ้นใช้เอง ดังเช่นเสื้อผ้าของทั้งหญิงชายก็เกิดจากการปลูกฝ้าย ปั่นฝ้ายแล้วถักทอเป็นเสื้อผ้าซึ่งมีลวดลายที่งดงามประณีตอย่างมาก แม้ในปัจจุบันจะซื้อด้ายแล้วมาทอเองแต่ก็ยังสะท้อนให้เห็นภูมิปัญญาของการสืบสานวัฒนธรรมการทอผ้าใช้เองของหญิงชาวกะเหรี่ยงได้ดี และยังย้ำให้เห็นถึงการรักษาประเพณีการแต่งการประจำเผ่าของชาวกะเหรี่ยงในวันพระ  ส่วนการตำข้าวก็เป็นเรื่องราวที่สืบสานได้ถึงภูมิปัญญาการปลูกข้าวไร่ การทำไร่หมุนเวียน การคัดสรรพันธุ์ข้าวและพืชผลในไร่ การเลือกพื้นที่ทำไร่ การมีความเชื่อและประเพณีเกี่ยวกับผืนไร่ ผืนป่าซึ่งเชื่อมโยงถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ผู้ดูแลชีวิตทั้งมวล ซึ่งหมายถึงการเป็นผู้อ่อนน้อมถ่อมตนและเคารพธรรมชาติผู้ให้ชีวิตแก่มนุษย์และสรรพสัตว์ทั้งหลาย และสิ่งที่ได้เรียนรู้สำคัญคือการปลูกข้าว มีข้าวกินและพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืนนั่นเอง  </p>
<p>ในส่วนของภูมิปัญญาการตีมีดก็เช่นเดียวกัน ในอดีตที่ผ่านมาชาวคลิตี้ล่างได้เก็บหาเศษเหล็กจากแหนบรถยนต์เพื่อมาตีมีดใช้เอง  เพราะอยู่ในป่าที่การเดินทางเข้าเมืองมีความยากลำบากจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้สามารถดำรงอยู่แบบพึ่งตนเองได้ ในปัจจุบันชาวคลิตี้ล่างยังคงสืบสานความรู้ด้านการตีมีดมายังลูกหลาน  แม้มีดพร้าจะหาซื้อได้ง่ายในตลาดเพราะถนนหนทางมีความคล่องตัวมากขึ้น แต่พวกเขาก็ยังรู้จักซ่อมแซมมีดที่หักบิ่นและนำกลับมาใช้ใหม่ได้ดีเช่นเดิม การสะท้อนให้เห็นภูมิปัญญาพื้นบ้านอันเป็นแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงและการพึ่งตนเองได้ของชาวคลิตี้ล่างนี้ ทำให้กลุ่มมอแกนได้ย้อนคิดและทบทวนตนเองอยู่ไม่น้อยในเรื่องการดำรงชีวิตในปัจจุบันของตนเองที่นับวันยิ่งพึ่งพาตลาดภายนอกและต้องใช้เงินเป็นปัจจัยในสำคัญมากขึ้นทุกขณะ   นอกจากนี้มอแกนยังได้เรียนรู้วัฒนธรรมการเข้าวัดทำบุญและทำวัตรเย็นของชาวคลิตี้ล่างอีกด้วย กิจกรรมเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อ ความศรัทธาในพุทธศาสนาและความสมัครสมานสามัคคีในชุมชนของชาวคลิตี้ล่าง    หลังจากการทำบุญเสร็จ  ทั้งผู้ใหญ่และเยาวชนคลิตี้ต่างได้สละเวลามาช่วยกันพัฒนาวัดและสร้างเจดีย์ถวายวัด ซึ่งชาวมอแกนได้ร่วมกันลงแรงขุดดินเป็นแนวในการสร้างเจดีย์และหวังว่าจะได้กลับมาเยี่ยมเยียนหมู่บ้านคลิตี้อีกเมื่อเจดีย์สร้างเสร็จในอีก 3 ปีข้างหน้า</p>
<p>ชาวคลิตี้ล่างเองก็ได้เรียนรู้จักวิถีวัฒนธรรมมอแกนมากขึ้นจากวิดีทัศน์ที่ทีมวิจัยนำมาฉายให้ดูในช่วงกลางคืน  การได้พูดคุยกันอย่างไม่เป็นทางการในบ้านเรียนรู้และการที่ทีมวิจัยได้จัดให้มีช่วงเวลาของการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมถักทอสานกำไลและการสาธิตทำเรือมอแกนจำลองที่วัดคลิตี้ล่าง ทำให้ต่างฝ่ายต่างได้เรียนรู้กันและกันมากขึ้น   กิจกรรมการสานกำไลนี้มีกลุ่มผู้หญิง เด็กและเยาวชนคลิตี้ล่างให้ความสนใจ ขอให้เยาวชนมอแกนช่วยสอนวิธีทำกำไลอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย  และกิจกรรมสาธิตทำเรือมอแกนก็เช่นกัน พบว่ากลุ่มผู้ชายชาวคลิตี้ล่างให้ความสนใจอย่างมากและต่างชื่นชมฝีมือการแกะสลักเรือจำลองซึ่งมีความประณีตและใช้ความอดทนอย่างมากเช่นกัน   </p>
<p>ทีมวิจัยยังได้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ในไร่ข้าว ผืนป่าและน้ำตกของชาวคลิตี้ล่างอีกด้วย โดยสอดแทรกความคิดเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ วิถีวัฒนธรรม และการท่องเที่ยวในช่วงการเดินในไร่ข้าว ผ่านป่าชุมชนเพื่อไปยังน้ำตกคลิตี้ และปิดท้ายด้วยการเล่นน้ำตกด้วยกัน โดยมีการแบ่งกลุ่มเรียนรู้เป็น 3 กลุ่มเช่นเดิม และขอให้ผู้รู้ชาวคลิตี้ล่างเป็นวิทยากรประจำกลุ่ม พร้อมกับมีเยาวชนคลิตี้ล่างคอยพาเดินและสอดแทรกความรู้ต่างๆ ไปด้วย<br />
กิจกรรมในวันนี้ทำให้มอแกนรู้สึกประทับใจในธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ อีกทั้งยังได้เห็นวิถีชีวิตการทำไร่ข้าว เห็นพืชพันธุ์ต่างๆ ในไร่แม้จะเป็นช่วงปลายฤดูการเก็บเกี่ยวแล้วก็ตาม  มีพืชพันธุ์หลายอย่างที่ชาวกะเหรี่ยงสามารถเก็บมาทำอาหารและใช้ประโยชน์ได้ เช่นพริก หัวมัน หัวเผือก ใบยาสูบ เป็นต้น นอกจากนี้ระหว่างการเดินในป่าชุมชนก็ยังพบสมุนไพรที่รักษาอาการเจ็บป่วยต่างๆ ของชาวคลิตี้ล่าง  ทำให้ชาวมอแกนได้คิดและเปรียบเทียบกับสมุนไพรที่ตนเองใช้ที่เกาะสุรินทร์ด้วย  นอกจากนี้ยังได้สะท้อนความคิดเรื่องผลกระทบจากการพัฒนาการท่องเที่ยวที่ทำให้เส้นทางการเดินทางจากหมู่บ้านมายังน้ำตกเกิดความเสียหายอย่างหนัก เส้นทางเป็นหลุมบ่อจากล้อรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อที่มีขนาดลึกเกือบท่วมศีรษะในหลายๆ จุด  มอแกนต่างถามเป็นเสียงเดียวว่า “ทำไมนักท่องเที่ยวไม่เดินไปน้ำตก ทำไมต้องทำให้เส้นทางพังเป็นหลุมบ่อขนาดนี้”  ซึ่งคำถามนี้ก็คงต้องฝากไว้กับผู้ก่อปัญหา เจ้าหน้าที่ผู้ดูแล ชุมชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่ต้องร่วมคิดร่วมแก้ไขกันอย่างจริงจังเสียที</p>
<p>กิจกรรมที่ทำให้ทั้งชาวกะเหรี่ยงบ้านคลิตี้ล่าง และชาวมอแกนรู้สึกเป็นเพื่อนและเกิดความไว้วางใจกันอย่างมากอีกกิจกรรมหนึ่งก็คือ กิจกรรมกีฬาพื้นบ้าน “สะบ้า” ทั้งนี้ชาวมอแกนได้ใช้วิธีการเล่นแบบดีดตามแบบที่ตนเคยเล่นมาก่อน ส่วนชาวคลิตี้ล่างก็เล่นแบบทอยตามแบบวิถีที่เคยเล่น ทั้งสองฝ่ายต่างแข่งขันกันทอยและดีดสะบ้าอย่างสนุกสนาน โดยมีเสียงเชียร์จากเยาวชนของทั้งสองชุมชนข้างๆ สนาม  และอีกกิจกรรมหนึ่งที่ทำให้เกิดความมีน้ำใจนักกีฬาและความสามัคคีในกลุ่มได้อย่างมากก็คือ การแข่งขันฟุตบอลของเยาวชนคลิตี้ล่างกับมอแกน พบว่าระหว่างการเตะบอลก็มีเสียงกองเชียร์และกลองตีดังมาจากข้างสนามอยู่ไม่ขาดสาย ทำให้บรรยากาศมีความสนุกสนานและรู้สึกถึงความเป็นกลุ่มก้อน ความสามัคคีของชุมชนตนเองได้อย่างมาก ทั้งนี้ก่อนแข่งได้จัดให้ทั้งสองทีมรู้จักชื่อและหน้าตากันก่อน และภายหลังแข่งเสร็จก็มีกิจกรรมจับมือ รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัยและมอบของขวัญสำหรับทีมชนะและทีมรองชนะการแข่งขันด้วย </p>
<p>กิจกรรมสุดท้ายที่สร้างความประทับใจให้ทั้งชาวมอแกนและชาวคลิตี้ล่างอย่างไม่รู้ลืม คือการร้องรำเพลงพื้นบ้าน โดยชาวคลิตี้ล่างได้แสดงการรำตงตามประเพณีกะเหรี่ยงให้แก่ชาวมอแกนชม ส่วนชาวมอแกนก็ได้แสดงการร้องรำเพลงมอแกนซึ่งมี 3 เพลง อันได้แก่เพลงนกสีขาว เพลงพะยูน และเพลงล่าเต่า โดยได้สลับการร้องรำกันทีละเพลงทำให้เกิดความสนุกสนาน รอยยิ้มและเสียงหัวเราะตลอดช่วงการร้องรำ และในตอนท้ายของงานได้จัดให้เยาวชนทั้งสองกลุ่มได้เรียนรู้การร่ายรำของกันและกันทำให้ทั้งเยาวชนและผู้ชมทั้งชาวมอแกนและชาวคลิตี้ล่างต่างมีความสุขกันถ้วนหน้า</p>
<p>ในช่วงเช้าวันสุดท้ายในหมู่บ้านคลิตี้ล่าง  ทีมวิจัยได้ชวนกลุ่มมอแกนไปช่วยหมอสมุนไพรบ้านคลิตี้ล่างปักป้ายชื่อพืชสมุนไพรและเรียนรู้สรรพคุณยาของสมุนไพรนั้นๆ ก่อนกลับ  กิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรมได้ปิดลงด้วยการกล่าวร่ำลาระหว่างชาวบ้านคลิตี้ล่างและชาวมอแกน พร้อมกับถ่ายรูปร่วมกันก่อนกลับออกจากหมู่บ้าน และชาวมอแกนได้มาร่วมสรุปกิจกรรมและสิ่งที่ได้รับกันอีกวันหนึ่งที่กรุงเทพฯ ก่อนกลับลงเกาะสุรินทร์ จ.พังงาในวันที่ 26 ธันวาคม 2552</p>
<p>*****************************************</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tribalfriends.org/th/?feed=rss2&amp;p=434</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>สรุปกิจกรรมงานเสวนาและนิทรรศการภาพถ่าย &#8220;ยิปซีทะเล วิถีคนกล้าอันดามัน&#8221;</title>
		<link>http://www.tribalfriends.org/th/?p=427</link>
		<comments>http://www.tribalfriends.org/th/?p=427#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 21 Jan 2010 02:22:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>FTPF</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[คลังข้อมูล]]></category>

		<category><![CDATA[เรื่องราวน่าสนใจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tribalfriends.org/th/?p=427</guid>
		<description><![CDATA[ &#60;  ท่านสามารถเข้าไปดูสรุปกิจกรรมได้ที่ http://issuu.com/tinyhome/docs/________________
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.tribalfriends.org/th/?attachment_id=429" rel="attachment wp-att-429"><img src="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/01/img_2004-new-150x150.jpg" alt="img_2004-new" width="150" height="150" class="alignleft size-thumbnail wp-image-429" /></a> &lt;  <a href="http://issuu.com/tinyhome/docs/________________">ท่านสามารถเข้าไปดูสรุปกิจกรรมได้ที่ http://issuu.com/tinyhome/docs/________________</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tribalfriends.org/th/?feed=rss2&amp;p=427</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>สรุปกิจกรรม “พบปะมอแกนตัวจริงเสียงจริง”</title>
		<link>http://www.tribalfriends.org/th/?p=404</link>
		<comments>http://www.tribalfriends.org/th/?p=404#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 18 Jan 2010 10:35:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>FTPF</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[คลังข้อมูล]]></category>

		<category><![CDATA[เรื่องราวน่าสนใจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tribalfriends.org/th/?p=404</guid>
		<description><![CDATA[คนไทยส่วนหนึ่งไม่เคยทราบว่ามีกลุ่มคนที่เรียกกันว่า “ชาวเล” ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีวิถีชีวิต ภาษา วัฒนธรรมที่ผูกพันกับทะเลมานับร้อยปี      ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาพี่น้องชาวเลต้องประสบปัญหาไม่ต่างกันกับพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ชายขอบอีกหลายกลุ่ม คือการขาดความมั่นคงในที่อยู่อาศัย การขาดความมั่นใจและภูมิใจในวิถีวัฒนธรรมดั้งเดิม  การขาดการสืบทอดความรู้พื้นบ้าน  การถูกกีดกันออกจากสิทธิในการใช้และเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติ  และการถูกดูแคลนจากบุคคลที่ไม่เข้าใจในวิถีวัฒนธรรมแบบ “ชาวเล”   ฯลฯ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.tribalfriends.org/th/?attachment_id=421" rel="attachment wp-att-421"><img src="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/01/p10506642-150x150.jpg" alt="p10506642" width="150" height="150" class="alignleft size-thumbnail wp-image-421" /></a><a href="http://www.tribalfriends.org/th/?attachment_id=422" rel="attachment wp-att-422"><img src="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/01/p10506191-150x150.jpg" alt="p10506191" width="150" height="150" class="alignleft size-thumbnail wp-image-422" /></a><a href="http://www.tribalfriends.org/th/?attachment_id=423" rel="attachment wp-att-423"><img src="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/01/p10506271-150x150.jpg" alt="p10506271" width="150" height="150" class="alignleft size-thumbnail wp-image-423" /></a><a href="http://www.tribalfriends.org/th/?attachment_id=424" rel="attachment wp-att-424"><img src="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/01/p10506321-150x150.jpg" alt="p10506321" width="150" height="150" class="alignleft size-thumbnail wp-image-424" /></a>สรุปกิจกรรม “พบปะมอแกนตัวจริงเสียงจริง”<br />
วันพุธที่ 16 ธันวาคม 2552 เวลา 13.00-15.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 4 สถาบันวิจัยสังคม จุฬาฯ<br />
&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;-<br />
คนไทยส่วนหนึ่งไม่เคยทราบว่ามีกลุ่มคนที่เรียกกันว่า “<a href="http://www.andaman.cusri.chula.ac.th">ชาวเล</a>” ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีวิถีชีวิต ภาษา วัฒนธรรมที่ผูกพันกับทะเลมานับร้อยปี      ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาพี่น้อง<a href="http://www.andaman.cusri.chula.ac.th">ชาวเล</a>ต้องประสบปัญหาไม่ต่างกันกับพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ชายขอบอีกหลายกลุ่ม คือการขาดความมั่นคงในที่อยู่อาศัย การขาดความมั่นใจและภูมิใจในวิถีวัฒนธรรมดั้งเดิม  การขาดการสืบทอดความรู้พื้นบ้าน  การถูกกีดกันออกจากสิทธิในการใช้และเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติ  และการถูกดูแคลนจากบุคคลที่ไม่เข้าใจในวิถีวัฒนธรรมแบบ “<a href="http://www.andaman.cusri.chula.ac.th">ชาวเล</a>”   ฯลฯ  จึงมีความจำเป็นสำคัญที่สาธารณชนไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ  องค์กรพัฒนาเอกชน องค์กรชุมชน  สื่อมวลชน รวมถึงบริษัทธุรกิจเอกชน ที่จะรับรู้เรื่องคุณค่าและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยไม่แบ่งแยกเพศ สีผิว ภาษาและวัฒนธรรม และร่วมกันเร่งดำเนินการผลักดันเชิงนโยบายควบคู่กับปฏิบัติการเพื่อเยียวยาปัญหาของพี่น้องชาวเลในพื้นที่    </p>
<p>ทีมวิจัยโครงการนำร่องอันดามัน จึงได้จัดกิจกรรม “พบปะมอแกนตัวจริงเสียงจริง” ขึ้นในวันพุธที่ 16 ธันวาคม 2552 เวลา 13.30 -15.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 4 สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์-มหาวิทยาลัย เพื่อเป็นเวทีสร้างเสริมการเรียนรู้ สร้างความเข้าใจในวิถีวัฒนธรรมอันหลากหลายของสังคมไทยให้แก่บุคลากรในสถาบันวิจัยสังคม นิสิต นักศึกษาและประชาชนผู้สนใจทั่วไป ทั้งนี้ทีมวิจัยได้เชิญตัวแทนชาวมอแกนทั้งเยาวชนและผู้ใหญ่ จากอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ จ.พังงา จำนวน 16 คน มาร่วมงานเสวนาในครั้งนี้  ทีมวิจัยเห็นว่ากิจกรรมดังกล่าวจะเป็นการกระตุ้นเตือนและสร้างความตระหนักคิดแก่เพื่อนในสังคม ให้แบ่งปันความห่วงใยต่อเพื่อนร่วมแผ่นดินด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง อันจะนำมาซึ่งการอยู่ในสังคมแห่งความสงบสุข มีสันติภาพอย่างยั่งยืนต่อไป </p>
<p>ในเวทีดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมจำนวน 35 คน บรรยากาศการพูดคุยเริ่มต้นด้วยการฉายวีดิทัศน์ความรู้เรื่องวิถีวัฒนธรรมมอแกน โดยมี ดร.นฤมล อรุโณทัย เป็นวิทยากรให้ความรู้เพิ่มเติมระหว่างการชม    ทั้งนี้วีดิทัศน์ได้สะท้อนให้เห็นวิถีการทำมาหากินและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิตแบบพอเพียงบนเรือง่ามของชาวมอแกนในอดีต   ชาวมอแกนล่องเรือบริเวณหมู่เกาะมะริดในสหภาพพม่าและชายฝั่งทะเลอันดามันของไทย  ชาวมอแกนเก็บหาหอย ปลิงทะเลมาเพื่อยังชีพและแลกเปลี่ยนกับข้าวสาร ของใช้จำเป็น อีกทั้งยังมี       ภูมิปัญญาเกี่ยวกับพันธุ์พืชบนเกาะด้วย โดยนำมาทำผลิตภัณฑ์ใช้ในชีวิตประจำวันและเป็นยาสมุนไพรรักษาอาการเจ็บไข้ได้ป่วย   </p>
<p>ผู้เข้าร่วมเสวนาได้สนใจซักถามวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของมอแกน ในเรื่องการศึกษาซึ่งปัจจุบันเด็กมอแกนที่หมู่เกาะสุรินทร์ได้รับการศึกษาในระบบการศึกษานอกโรงเรียน  ซึ่งมีความพยายามพัฒนาหลักสูตรแบบท้องถิ่นให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของมอแกน โดยอยู่ในความดูแลของโครงการสมเด็จพระเทพ-รัตนราชสุดาฯ ผ่านการจัดการของการศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดพังงา </p>
<p>ผู้เข้าร่วมเสวนายังสนใจถามไถ่ในเรื่องการรักษาพยาบาล อนามัยและสาธารณสุขด้วย ซึ่งพบว่าชาวมอแกนเกาะสุรินทร์ในปัจจุบันยังคงความเชื่อในการรักษาตามภูมิปัญญาท้องถิ่นคือการเข้าทรง หรือการทำ “ปูตี” ควบคู่ไปกับการรักษาด้วยระบบการแพทย์แผนปัจจุบันด้วย<br />
นอกจากนี้ผู้เข้าร่วมยังสนใจในเรื่องดนตรีและการแสดงพื้นบ้านมอแกนเป็นพิเศษ ซึ่งกิจกรรม</p>
<p>ในครั้งนี้ คณะผู้ใหญ่และเยาวชนมอแกนได้เตรียมการแสดงศิลปะพื้นบ้านเพลงมอแกนมาด้วยกัน 3 เพลง อันได้แก่เพลงจี่จุ้มปูเตี๊ยก หรือนกสีขาว  เพลงดูยุ่ง หรือพะยูน และเพลงบักปะญ่อยหรือล่าเต่า  เมื่อการแสดงจบลงเยาวชนมอแกนได้อธิบายความหมายของเพลงและกล่าวขอบคุณผู้เข้าร่วมทุกท่านที่มาชมและให้กำลังใจได้อย่างน่าประทับใจ  บรรยากาศของเวทีตรงนี้เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและรอยยิ้ม ทั้งจากผู้เข้าร่วมและตัวแทนมอแกน ถือเป็นกิจกรรมหนึ่งของการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อความเข้าใจในวัฒนธรรมอันหลากหลายของสังคมได้ดีอีกกิจกรรมหนึ่ง</p>
<p>                    @@@@@@@@@@@@@@@</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tribalfriends.org/th/?feed=rss2&amp;p=404</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ยิปซีทะเล วิถีอันดามัน</title>
		<link>http://www.tribalfriends.org/th/?p=389</link>
		<comments>http://www.tribalfriends.org/th/?p=389#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 08 Jan 2010 07:26:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>FTPF</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[คลังข้อมูล]]></category>

		<category><![CDATA[เรื่องราวน่าสนใจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tribalfriends.org/th/?p=389</guid>
		<description><![CDATA[ชาวเล" เป็นภาษาปักษ์ใต้เรียกขานผู้คนที่อยู่อาศัยแถบฝั่งทะเล ตามเกาะน้อยใหญ่ ที่มีวิถีชีวิตผูกพันกับทะเล ชาวเลเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีภาษา วัฒนธรรม และวิถีชีวิตที่มีความผูกพันกับทะเลมาหลายร้อยปี จนได้รับการขนานนามว่า "ยิปซีทะเล" ในประเทศไทยมี 3 กลุ่ม คือ "มอแกน" อาศัยอยู่บริเวณเกาะเหลา เกาะช้าง และเกาะพยาม จ.ระนอง หมู่เกาะสุรินทร์ จ.พังงา และหมู่บ้านราไวย์ จ.ภูเก็ต 
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.tribalfriends.org/th/?attachment_id=399" rel="attachment wp-att-399"><img src="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2010/01/hap03271252p14-150x150.jpg" alt="hap03271252p14" width="150" height="150" class="alignleft size-thumbnail wp-image-399" /></a>ชาวเล&#8221; เป็นภาษาปักษ์ใต้เรียกขานผู้คนที่อยู่อาศัยแถบฝั่งทะเล ตามเกาะน้อยใหญ่ ที่มีวิถีชีวิตผูกพันกับทะเล  ชาวเลเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีภาษา วัฒนธรรม และวิถีชีวิตที่มีความผูกพันกับทะเลมาหลายร้อยปี จนได้รับการขนานนามว่า &#8220;<a href="http://www.andaman.cusri.chula.ac.th">ยิปซีทะเล</a>&#8221;</p>
<p>ในประเทศไทยมี 3 กลุ่ม คือ &#8220;มอแกน&#8221; อาศัยอยู่บริเวณเกาะเหลา เกาะช้าง และเกาะพยาม จ.ระนอง หมู่เกาะสุรินทร์ จ.พังงา และหมู่บ้านราไวย์ จ.ภูเก็ต </p>
<p>&#8220;มอแกลน&#8221; อยู่ที่เกาะพระทอง หมู่บ้านชายฝั่งทะเล จ.พังงา และ จ.ภูเก็ต และ &#8220;อูรักลาโว้ย&#8221; อาศัยอยู่บนเกาะต่างๆ ใน จ.ภูเก็ต จ.กระบี่ จ.ตรัง และ จ.สตูล </p>
<p>ชาวเลทั้ง 3 กลุ่มพูดภาษาตระกูลออสโตรนีเชียน ซึ่งไม่มีตัวเขียน จึงไม่มีการบันทึกเหตุการณ์ เส้นทางการเดินทาง และเรื่องราวความเป็นมาในอดีตเป็นลายลักษณ์อักษร</p>
<p>อีกทั้งที่ผ่านมาชาวเลเหล่านี้ ต้องประสบปัญหาไม่ต่างกันกับพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ ตามชายขอบอีกหลายกลุ่มในประเทศไทย ทั้งเรื่องความมั่นคงในที่อยู่อาศัย สิทธิ์ในการเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติ และถูกดูแคลนในวิถีวัฒนธรรมแบบชาวเล </p>
<p>โดยเฉพาะเหตุการณ์สึนามิ ชาวมอแกนที่อาศัยอยู่ตามชายฝั่งทะเลอันดามัน สูญเสียอย่างหนัก ภัยพิบัติกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ เพราะทั้งบ้านและเรือได้รับความเสียหายอย่างมากจากคลื่นยักษ์</p>
<p>ตลอดระยะเวลา 5 ปี แม้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนจะเข้ามาให้ความช่วยเหลือ แต่ยังไม่เป็นรูปธรรมเท่าที่ควร เนื่องจากชาวเลเหล่านี้มีวิถีชีวิตกึ่งเร่ร่อน บางกลุ่มยังไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน ชาวเลจึงไม่ได้มีส่วนร่วมกับองค์กรท้องถิ่น ในการวางแผนการจัดการหรือการพัฒนาแบบยั่งยืนได้ </p>
<p>สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมด้วยมูลนิธิเพื่อนชนเผ่า และโครงการนำร่องอันดามัน ร่วมกับสำนักงานอุทยานการเรียนรู้ทีเคปาร์ค จัดนิทรรศการภาพถ่ายและกิจกรรม &#8220;ยิปซีทะเล : วิถีคนกล้าอันดามัน (Sea Gypsy Braving the Andaman Sea)&#8221; </p>
<p>เพื่อเสริมสร้างการเรียนรู้ ความเข้าใจในวิถีวัฒนธรรมอันหลากหลายของชาวมอแกนจากหมู่เกาะสุรินทร์ จ.พังงา และร่วมกระตุ้นเตือนสังคมให้มีส่วนร่วมกิจกรรมสะท้อนศิลปวัฒนธรรมมอแกน เพื่อสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายภาคประชาสังคม ในการช่วยเหลือพี่น้องมอแกนได้โอกาสทางสังคม และอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์</p>
<p>ในงานมีจัดนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมชาวมอแกน ที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ </p>
<p>รวมไปถึงภาพถ่ายจากบรรดาช่างภาพระดับโลก ทั้งในและต่างประเทศ ที่ร่วมถ่ายทอดเรื่องราวและวิถีชีวิตการดำเนินชีวิตของชาวมอแกนกว่า 40 ภาพ </p>
<p>อีกทั้งยังมีลานกิจกรรม บรรดาเด็กๆ ชาวมอแกน มาสาธิตการสานเสื่อ กระปุก สานกำไลลวดลายลิ่นทะเล จากใบเตยหนาม พร้อมกันนี้ยังประดิษฐ์เรือก่าบาง หรือ เรือง่ามจำลอง เป็นเรือของชาวมอแกนใช้ในการดำเนินชีวิต มาสอนให้แก่ประชาชนที่สนใจได้ทดลองทำ </p>
<p>ส่วนกิจกรรมบนเวที น้องๆ ชาวมอแกนกว่า 30 คน ร่วมกันแสดงศิลปะการร้องรำ ในบทเพลงที่บอกเล่าถึงเรื่องราวการดำรงชีวิตของพวกเขา </p>
<p>ชุดแรกเป็นการร่ายรำ &#8220;เพลงนกสีขาว&#8221; เนื้อหาบรรยายถึงการเดินทางของชาวมอแกน ไปตามเกาะต่างๆ เปรียบเสมือนนกน้อยโผบินไปในดินแดนต่างๆ </p>
<p>ต่อด้วย &#8220;เพลงพะยูน&#8221; บอกเล่าถึงความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล และ &#8220;เพลงล่าเต่า&#8221; ที่พูดถึงวิธีการล่าเต่าในสมัยก่อน </p>
<p>ด้านเวทีเสวนาเป็นการแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ และประสบการณ์เกี่ยวกับวิถีชีวิตชาวเลมอแกน เริ่มจาก ดร.นฤมล อรุโณทัย รองประธานมูลนิธิเพื่อนชนเผ่า กล่าวว่า สังคมเริ่มรู้จักชาวมอแกนจริงจัง ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์สึนามิ เพราะช่วงนั้นพวกเขาได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก แม้หน่วยงานภาครัฐและเอกชน จะเข้าไปให้ความช่วยเหลือ แต่ในทางกลับกันพวกเขากลับกำลังถูกเบียดบังจากกลุ่มผู้มีอิทธิพล ที่แฝงกายเข้าไปหาผลประโยชน์จากพื้นที่ ที่เขาเคยอยู่อาศัยมาก่อน </p>
<p>&#8220;อยากให้สังคมได้รับรู้ว่า ปัจจุบันชาวมอแกนกำลังประสบกับปัญหา ทั้งในเรื่องของการขาดที่อยู่อาศัยบริเวณชายทะเล สิทธิในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และสุดท้ายคือขาดการสืบทอดความรู้พื้นบ้านที่ส่งต่อไปยังลูกหลาน ตรงจุดนี้พวกเราจึงต้องการกระตุ้นเตือน และสร้างความตระหนักให้กับสังคมได้ทราบว่า พวกเรามีความห่วงใยต่อเพื่อนร่วมแผ่นดินอย่างชาวเลมอแกน และอยากให้หน่วยงานภาครัฐเอาใจใส่พวกเขามากกว่านี้ โดยเฉพาะเรื่องสิทธิที่เขาพึงจะได้รับ</p>
<p>ขณะที่ ดร.อมรา พงศาพิชญ์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หนึ่งในผู้ร่วมเวทีกล่าวว่า กรรมการสิทธิฯ มีโครงการที่จะเข้าไปช่วยเหลือชาวมอแกนเหล่านี้ เพราะเป็นเรื่องที่สำคัญมาก สำหรับสิทธิ์ที่ชาวมอแกนพึงได้รับ เป็นเรื่องที่ซับซ้อนมาก เพราะมีทั้งสิทธิทางวัฒนธรรม สิทธิทางที่ดิน สิทธิในสัญชาติ ซึ่งเกี่ยวข้องกันหมด เรื่องนี้จึงต้องมีการศึกษา และบูรณาการใหม่</p>
<p>&#8220;ปัญหาของชาวมอแกนมีมติเชิงซ้อน พวกเขาถูกละเมิดสิทธิ และไม่ได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียมตามกฎหมาย ดังนั้นเราต้องเข้าไปสร้างความสมดุลระหว่างการเปลี่ยนแปลง และการพัฒนา โดยเฉพาะเรื่องสัญชาติ ไม่ว่าจะเป็นชาวมอแกน หรือกลุ่มคนกลุ่มอื่นที่ยังเป็นปัญหา รัฐต้องเข้าไปแก้ไขให้เป็นรูปธรรมให้ได้&#8221;</p>
<p>ด้านนายจ้าว กล้าทะเล ตัวแทนชาวมอแกน หมู่เกาะสุรินทร์ เล่าว่า สมัยก่อนวิถีชีวิตของชาวมอแกนอยู่เรือ เดินทางไปตามเกาะต่างๆ ในทะเลอันดามันจนถึงหมู่เกาะมัลดีฟได้อย่างอิสระ ค่ำที่ไหนนอนที่นั่น ส่วนใต้ท้องทะเลสามารถเก็บหอย ปู ปลา มากินได้ เพราะทุกอย่างในท้องทะเลถือเป็นของชาวมอแกน</p>
<p>แต่สมัยนี้มีข้อจำกัดมากขึ้น แทบไม่มีอะไรเป็นของชาวมอแกนอีกเลย แม้แต่การเดินทางตอนนี้ก็ไม่เหมือนสมัยก่อน เพราะดินแดนที่ชาวมอแกนใช้ในการเดินทาง และเกาะต่างๆ ที่ใช้หลบฝนช่วงมรสุม ไม่สามารถเข้าไปได้ เพราะเป็นของพม่าไปแล้ว </p>
<p>การเดินทางของชาวมอแกนจึงไม่สะดวกเหมือนในอดีต เพราะมีเรื่องของพรมแดนเข้ามาเกี่ยวข้อง หรือชายหาดที่มอแกนใช้เป็นที่อาศัยกำลังถูกบุกรุก ปัญหาตรงนี้เราไม่รู้จะทำอย่างไร จึงขอให้คนที่มีอำนาจเข้ามาช่วยเหลือ</p>
<p>จากนิทรรศการและเวทีพูดคุยในครั้ง เป็นการตอกย้ำอีกครั้งว่า มอแกนเป็นหนึ่งในชาติพันธุ์ชายขอบ ที่สังคมไทยต้องร่วมกันช่วยเหลือและปกป้อง </p>
<p>หนังสือพิมพ์ข่าวสด ฉบับวันที่ 27 ธันวาคม 2552 หน้า 5<br />
อ้างอิงจากเว็บไซต์ http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROb1lYQXdNekkzTVRJMU1nPT0=&amp;sectionid=TURNeE53PT0=&amp;day=TWpBd09TMHhNaTB5Tnc9PQ==  </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tribalfriends.org/th/?feed=rss2&amp;p=389</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>สรุปกิจกรรม “มหกรรมพลังเยาวชน พลังสังคม ร่วมสร้างประเทศไทย ด้วยการให้” ครั้งที่ 1</title>
		<link>http://www.tribalfriends.org/th/?p=371</link>
		<comments>http://www.tribalfriends.org/th/?p=371#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 25 Nov 2009 02:08:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>FTPF</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[คลังข้อมูล]]></category>

		<category><![CDATA[เรื่องราวน่าสนใจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tribalfriends.org/th/?p=371</guid>
		<description><![CDATA[โครงการนำร่องอันดามัน สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมูลนิธิเพื่อนชนเผ่าร่วมเป็นภาคีการจัดงานในชุด “พลังเยาวชน คนชายขอบ”  ภายใต้ “มหกรรมพลังเยาวชน พลังสังคม ร่วมสร้างประเทศไทย ด้วยการให้”   ซึ่งมหกรรมนี้ประกอบไปด้วยเวทีเสวนาในประเด็นต่าง ๆ เวทีการแสดงและซุ้มกิจกรรมของแต่ละองค์กรภาคีซึ่งประกอบไปด้วยกลุ่มพลังเยาวชนทั้ง10 กลุ่ม ได้แก่]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.tribalfriends.org/th/?attachment_id=372" rel="attachment wp-att-372"><img src="http://www.tribalfriends.org/th/wp-content/uploads/2009/11/e0b980e0b8a2e0b8b2e0b8a7e0b88ae0b899e0b8a1e0b8ade0b981e0b881e0b8a5e0b899-150x150.jpg" alt="เยาวชนมอแกลนร่วมแสดงรองเง็ง" width="150" height="150" class="alignleft size-thumbnail wp-image-372" /></a> สรุปกิจกรรม<br />
“มหกรรมพลังเยาวชน พลังสังคม ร่วมสร้างประเทศไทย ด้วยการให้” ครั้งที่ 1<br />
8 -11 ตุลาคม 2552   ณ  ศูนย์การค้าใจกลางเมืองย่านสยาม  กรุงเทพมหานคร<br />
&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;-<br />
 โครงการนำร่องอันดามัน สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมูลนิธิเพื่อนชนเผ่าร่วมเป็นภาคีการจัดงานในชุด “พลังเยาวชน คนชายขอบ”  ภายใต้ “มหกรรมพลังเยาวชน พลังสังคม ร่วมสร้างประเทศไทย ด้วยการให้”   ซึ่งมหกรรมนี้ประกอบไปด้วยเวทีเสวนาในประเด็นต่าง ๆ เวทีการแสดงและซุ้มกิจกรรมของแต่ละองค์กรภาคีซึ่งประกอบไปด้วยกลุ่มพลังเยาวชนทั้ง10 กลุ่ม คือ 1) พลังเยาวชน ผู้นำคนรุ่นใหม่  2) พลังเยาวชนรักษ์โลก  3) พลังเยาวชนสร้างสื่อ  4) พลังเยาวชน พลังท้องถิ่น   5) พลังเยาวชนสุขภาวะสังคม   6) พลังเยาวชนคนมีศิลป์   7) พลังเยาวชนคนพิการ พลังมหัศจรรย์   <img src='http://www.tribalfriends.org/th/wp-includes/images/smilies/icon_cool.gif' alt='8)' class='wp-smiley' /> พลังเยาวชน พลังจิตอาสา  9) พลังปัญญาพลังแห่งการเรียนรู้   10) พลังเยาวชน คนชายขอบ บริเวณที่จัดงานนั้นแบ่งเป็น 3 พื้นที่หลัก คือ 1) บริเวณอุทยานการเรียนรู้ TK Park ชั้น 8 ห้างสรรพสินค้า Central World   2) บริเวณหอศิลปวัฒนธรรม กรุงเทพมหานคร  3) บริเวณ พาร์ค พารากอน ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัพเวอร์รี่  </p>
<p>โครงการนำร่องอันดามันและมูลนิธิเพื่อนชนเผ่าสนับสนุนงบประมาณในการเดินทางและประสานงานการเสวนา-การแสดงของเครือข่ายเยาวชนรักษ์และฟื้นฟูชายฝั่งอันดามัน ซึ่งเป็นตัวแทนเยาวชนชาวมอแกลนจากหลายชุมชนในจังหวัดพังงาได้แก่ ชุมชนทุ่งมะพร้าว (บ้านเกาะนก) ชุมชนท่าใหญ่ ชุมชนบ้านหินลาด ชุมชนบ้านทับตะวัน รวมทั้งสิ้นจำนวน 10 คน   โดยในวันที่ 10 ตุลาคม 2552  นางสาวอรวรรณ กล้าทะเลเป็นตัวแทนเยาวชนมอแกลน แสดงความคิดเห็นในหัวข้อ  “เยาวชนชาติพันธุ์ในยุคเปลี่ยนผ่าน”  และในช่วงบ่าย<a href="http://www.andaman.cusri.chula.ac.th">เยาวชนชาวมอแกลน</a>แสดงรำรองเง็งซึ่งเป็นศิลปะการแสดงพื้นบ้าน </p>
<p>นอกจากนี้ทางเครือข่ายเยาวชนฯ ยังมีการสาธิตการทำพวงกุญแจที่เป็นตุ๊กตาทำจากไม้ซึ่งเป็นเหมือนสัญญลักษณ์ของชาวมอแกลน และจำหน่ายเสื้อยืด กางเกงเล  วีซีดีชุด “เสียงใจ อันดามัน” และโปสการ์ดซึ่งเป็นรูปที่เกี่ยวข้องกับวิถีวัฒนธรรมของชาวเล เป็นต้น รายได้จากการจำหน่ายสินค้าดังกล่าวจะนำไปพัฒนากิจกรรมของกลุ่มเยาวชนต่อไป     เยาวชนมอแกลนให้ความเห็นว่าการร่วมงานครั้งนี้เป็นสิ่งที่ดี ได้สร้างความมั่นใจในการแสดงออกและได้ทำความรู้จักกับเพื่อนกลุ่มชาติพันธุ์อื่นที่มาร่วมในงานนี้  ทั้งนี้ต้องขอบคุณหลายๆ องค์กรที่สนใจสนับสนุนให้เกิดการรวมตัวของเยาวชนกลุ่มต่างๆ </p>
<p>ในช่วงค่ำของวันที่ 11 ตุลาคม 2552 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการจัดงาน นางสาวจีระวรรณ์ บรรเทาทุกข์ และนางสาวภศิกา ผลารักษ์ ตัวแทนจากมูลนิธิเพื่อนชนเผ่า และโครงการนำร่องอันดามัน สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนางสาวอรวรรณ กล้าทะเลพร้อมด้วยตัวแทนเยาวชนมอแกลนได้ร่วมจุดเทียนในพิธีปิดงานดังกล่าวด้วย                             </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tribalfriends.org/th/?feed=rss2&amp;p=371</wfw:commentRss>
		</item>
	</channel>
</rss>

